Saturday, November 22, 2008

noise pollution and performance…

ช่วงนี้บ้านเมืองเราดูเหมือนกับการเงินไม่ดี แต่ก็แปลกที่มีโครงการต่างๆเกิดขึ้นมากมาย สังเกตจากมีรถขนดินทรายวิ่งกันมากขึ้นถมที่ทำโครงการใหม่ๆ รวมทั้งรถที่ขนของก่อสร้างพวกเสาเข็มแบบนี้ รวมทั้งร้านค้ารับซ่อมยานพาหนะก็มีมากขึ้น ทั้งแบบตบแต่งให้สวยและแบบตบแต่งถอดที่กรองเสียงออก เสียงท่อจะได้ดังๆก็มี  มีลูกค้ามาก  แต่ก่อนเห็นตรวจจับกันอยู่เรื่อย ตอนที่เป็นทีมสอบสวน เห็นควบคุมเด็กเยาวชนเรียกผู้ปกครองมาปรับก็มาก ต่อไปจะให้ผู้ปกครองติดคุกด้วยเหมือนที่เมืองนอกหรือเปล่าก็ไม่รู้    พาหนะบางอย่างในชนบทจำเป็น เพราะความที่พาหนะสาธารณะวิ่งรับส่ง24ชั่วโมงมันไม่มีเหมือนแถบเขตปกครอง พิเศษเขา ไม่มีใบขับขี่ก็ต้องใช้   มันจำเป็น  บางทีฉุกเฉินก็ต้องออกไปยามวิกาล  บางทีเจ็บป่วย หาพาหนะไม่ได้ ก็อาศัยผู้นำในชุมชนนั่นแหละช่วยเหลือชาวบ้านไปตามมีตามเกิด พวกที่ใช้ยานพาหนะผิดวัตถุประสงค์ก็มี  มีทั้งผู้ใหญ่ที่โตแล้ว หรือบางทีก็ เยาวชน บางพวกรวมกับพวกที่พ้นเยาวชนแล้ว  บางส่วนมีการใช้ถนนเป็นสถานที่สำหรับทดสอบสมรรถนะของเครื่องยนต์โดยไม่สนใจ เรื่องเสียงและความปลอดภัย หรือบางทีก็เป็นที่ระบายอารมณ์ เพราะไม่สบอารมณ์กันเป็นพิเศษ ไม่รู้จะใช้วิธีไหน  ขอระบายเป็นเสียงเครื่องยนต์ที่ต้องเร่งให้มันดังๆหน่อย จะได้รู้ว่าไม่ชอบ  ต้องเป็นยามวิกาลด้วย  จะได้ก่อกวนเวลาพักผ่อน  สาสมใจจริงๆวุ้ย  ไหนๆก็ต้องมาเป็น ชุมชนในพื้นที่นอกเขตปกครองพิเศษเดียวกันไปอีกชั่วลูกชั่วหลาน  ไม่มีปัญญาไปซื้ออสังหาริมทรัพย์แสนแพง  ทิ้งเอาไว้ เก็งกำไร บ้าง ฟอกเงินบ้าง เพราะบางคนทุจริตคอรัปชั่น โกงมาก็มี  ค้าขายเอาเปรียบก็มี เป็นพวกร่ำรวยผิดปกติ  ต้องเป็นโครงการที่เรียกเก็บ ค่ารักษาความปลอดภัยและค่าส่วนกลางสำหรับ คุณภาพชีวิต  ที่ดีกว่า  พวกที่ ไม่ได้อยู่เขตปกครองพิเศษอย่างพวกข้างนอกโครงการด้วย  เรื่องเกี่ยวกับการทดสอบความสามารถความเร็วความดังของยานพาหนะนั้นบางพวกทดสอบกันตามถนนหลวงสาธารณะ  เคยร่วมสอบสวนปรากฏว่าบางคดีใช้ช่วงเวลาประมาณ หลังเที่ยงคืนจนสว่างในถนนหลักๆทั่วไปหมดทั้งประเทศ   บางคดี วิ่งกันกลางเมือง  บนถนนหรูๆใกล้ห้างหรูระดับอินเตออร์  ศูนย์การค้าใหญ่นานาชาติ  กลางเมืองราวตีสามตีสี่  เจ้าหน้าที่จับกันมาหมดทั้งกองเชียร์และคนขับขี่  บางทีเห็นแน่นโรงพักไปหมดไม่รู้จะเอาไปไว้ไหน ได้คดีแถมมาด้วย ถ้าค้นเจอของผิดๆ  

ช่วงนี้สังเกตจากมีพาหนะสารพัดวิ่งกันทุก1นาทีไม่มีเว้นช่วง  แม้ถนนจะปุปะราวกับดาวอังคาร เพราะรับน้ำหนักไม่ไหว เพราะใช้ถนนน้อยๆราวกับวิ่งบนซุปเปอร์ไฮเวย์  แต่คนทำมาค้าขายก็ต้องอยู่ริมถนนนี่แหละ ไม่งั้นจะหาลูกค้าที่ไหน   ก็คงจะได้ออกมาค้าขายทำธุรกิจส่วนตัวต่อไป   เพราะไม่รู้เป็นอะไร  พอเห็นภาครัฐเงินเดือนน้อยแต่สวัสดิการดีเด่น จนบางคนต้องยักยอกคอรัปชั่นมาเพิ่มรายได้คุณภาพชีวิตให้องค์กร พรรคพวกคนชุมชนโซนเดียวกัน  ส่วนเพื่อตนเองก็ต้องมากหน่อย ไว้ต่อรองกับผู้ที่บังคับบัญชาสูงขึ้นไป  

 

 เขตนอกเขตปกครองพิเศษ  ตรงไหนที่ไกลหูไกลตาเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงปลอดภัย ทั้งภาครัฐเอกชน   ก็มักจะเป็นโอกาสให้บางพวกที่ชอบฝ่าฝืนเรื่องดีๆ ได้รื่นเริงกัน  เช่นประดาอาชีพสุจริตที่ขอจดทะเบียนการค้าไว้อย่าง เอาเข้าจริง ไม่รู้อะไร วุ่นวายไปหมดเปลี่ยนอาชีพจากที่ว่ากลายเป็นอย่างอื่นไปแล้ว    บางที่อาจรับของที่เอามาจากไหนไม่รู้ เอามาขายต่อ สินค้าก็มีแปลกๆ แรงงานก็พูดแปลกๆ มีที่มาที่ไปแปลกๆ  ก็เข้าใจอยู่ว่าต้องการลดต้นทุน จะได้มีกำไรมากๆ อันที่จริงถ้าไม่มีเรื่องกล่าวหาทุจริตคอรัปชั่น ก็คงจะขอภาษีที่ถูกต้องเข้ารัฐได้มากขึ้น ไม่ต้องมาเสียเบี้ยใบ้รายทาง ทำกฏเกนณให้ประโยชนเข้าส่วนรวมมากๆ  เอาแบบมีกฎหมายรองรับว่าทำถูกเพื่อประโยชน์ส่วนรวมไม่ใช่เพื่อส่วนตนและพวกพ้องเป็นอันใช้ได้
http://4.bp.blogspot.com/_10suPAByTbg/SScSlTFNOcI/AAAAAAAAAwc/EO8jgyEUJds/s400/f4f75ef854344eda.jpg

ตอนนี้เขามีแบบประเมินใหม่ แต่ก่อนงานที่เคยทำก็รวมมิตรไปหมด ยิ่งบางอันไม่ได้เห็นได้จับได้เดินทางไปด้วยหรือได้ทำเอง เพราะว่าเขาไม่ได้assign มา เพราะเหตุด้วยความสะดวกหลายเรื่อง ก็เป็นอันว่า ไม่อยู่ในเหตุการณ์จริง ไม่สามารถเรียนรู้ได้ บางอย่างไม่จับไม่ทำนานๆ สงสัยจะลืมไปหมดแล้ว ไม่รู้เขาทำยังไงบ้าง  เพราะแบ่งงานความรับผิดชอบกันไปเป็นเรื่องราวจริงจังประมาณไม่ถึง1เดือน ไม่เหมือนตอนที่ประเมินแบบเก่าๆ  คนรับassighมา ต้องรีบกระจายงานออกไปให้ช่วยกันทำไป ทำไม่ได้ไม่ทัน เขาก็ทำเองดีกว่า  เพราะงานเอกสารต้องใช้ทักษะพิเศษ   สำหรับเราไม่ค่อยถนัด สงสัยสมองเสื่อมและมือไม้ง่อยไปมาก แต่ได้ฝึกงานต่างประเทศเพลิดเพลินไปเหมือนกัน งุนงงไปแท้ๆกับศัพท์เฉพาะทาง อ่านคู่มือการประเมินแบบใหม่แล้วก็ไม่รู้จะเขียนอะไร    งานวิชาชีพพวกรัฐศาสตร์การทูตการปกครองก็แปลกเพราะเป็นวิชาชีพที่ไม่ต้องมีพระราชบัญญัติมาควบคุมจริยธรรมอะไรพิเศษอาจจะมีก็ได้ในระดับผู้บริหารแต่ระดับปฎิบัติการ จบวิชาชีพบริหารหรือบัญชีหรือสารพัด สามารถจัดประสาน ฝึก เป็นวิทยากร บ้าง อบรมสั่งสอนใช้ภาษาต่างด้าวได้เคยผ่านร้อนหนาวในดินแดนอื่นนอกเมืองเรามาก็เอามาทำแล้ว บางพวกยังไม่มีวุฒิอะไรการันตีเลยแต่ประสบการณ์แน่นปึกช่วยกันในหมู่เหล่าเอาตัวรอดไปได้         แต่ผู้บริหารระดับสูงก็ช่วยกันปลุกปั้นน่าดู  ไม่ให้เสียหน้าตา องค์กรมืออาชีพ

รับโล่รางวัลมามากต้องรักษาหน้าตาองค์กรเอาไว้ สุดความสามารถ  เพราะวิสัยทัศน์จะโกอินเตอร์แล้ว สู้ตาย!!

ความที่ไม่ได้ทำให้คนตายมากๆโดยอาชีพเฉพาะอย่างอาชีพวิศวะหรือแพทย์หรือทนาย   พวกอาชีพทางกฎหมายการปกครองบางพวกถ้าไม่หวังดีทำได้ก็คือการปลุกระดมเกิดการเมืองปั่นป่วนทั่งภายในภายนอก หรือระหว่างประเทศยุ่งเหยิง  พลอยทำให้โลกเขาวุ่นไปด้วย เศรษฐกิจการเมืองระหว่างประเทศก็ห่วย  ความที่เครดิตเสียหาย  เพราะไม่เอาหรอกสามัคคี  แพ้ชนะไม่มี  บางประเทศคนที่ทะเลาะกันจะตายพอเลือกรู้ผลแพ้ชนะ  ยังสนับสนุนกัน  ทำงานด้วยกันก็ได้ เอาประโยชน์สุขของประเทศเป็นใหญ่ บ้านเมืองกำลังคับขัน

 

ความที่มีประสบการณ์วิชาชีพอื่นมาทำงานต่างประเทศ สามารถด้านภาษาอยู่บ้าง     แต่บางทีอ่านหนังสือที่ส่งมาจากกระทรวงนานาชาติ  เขาจะพิมพต่างด้าวผสมผเสมาเลย เป็นศัพท์เฉพาะทาง  เวรกรรม ไม่ได้เรียนศัพท์ทางการทูตมานี่หว่า   คนเก่าๆบอกว่า  เอาแต่เนื้อหาที่เกี่ยวกับงานขององค์กรเรามาใช้  แต่การที่เราไม่รู้รอบทิศ อ่านไม่รู้เรื่องแบบรวมๆ  จะทำให้เขาดูถูกองค์กรของเราได้ จำเป็นต้องขวนขวายหาความรู้ เอาเองตามหนังสืออินเตอร์เนท   เพราะเวลาเขาอบรมวิเทศสัมพันธ์กันหรือประชุมนานาชาติกันก็ไม่เคยได้ไปกับเขาความที่เราก็ขี้เกียจ ติดบ้านด้วยอีกทั้งcareer path ตอนที่บรรจุมหาบัณฑิตเข้ามาในองค์กรก็ไม่มีเส้นทางความก้าวหน้าอะไรชัดเจน กว่าคนเก่าๆที่ไม่ได้เป็นมหาบัณฑิตแต่ประสบการณ์อายุงานมากกว่า พวกผู้บังคับบัญชาจะรีบผลักดันคนพวกนี้ให้ไปสู่แท่งของผู้บริหารก่อนพวกที่มีวุฒิสูงกว่าแต่มาทีหลัง ก็เป็นเทคนิคพิเศษอย่างหนึ่ง   ทำให้วุฒิมหาบัญฑิตหรือspecialist  รับเข้ามาไม่ได้ใช้ประโยชน์  เพราะโดนบล็อคเกี่ยวกับการติดอยู่แค่แท่งปฎิบัติการ หมดสิทธิไปร่วมรับฟังข้อมูลก่อนมาเป็นนโยบายมาเป็นระเบียบ ตัวแทนระดับปฎิบัติไม่ได้ไปออกความเห็น  กลายเป็นการรวบอำนาจเผด็จการเบ็ดเสร็จไปก็เป็นได้   บางท่านผู้นำ ผ้บริหาร เก่าๆ  ที่บางทีไม่รู้จะเอาวิสัยทัศน์  อะไรใหม่ๆไปสร้างสรรค์งานได้ ต้องอาศัยมาหาอ่านหาถกกันกับกระบอกเสียงของผู้ปฎิบัติการทั้งหลายที่กฎหมายข้อมูลข่าวสารพยายามให้มีช่องทาง ให้เปิดกว้างเสนอแนะร้องเรียนกันให้มากๆ การบริหารจัดการที่เหมาะสมจึงจะแก้ไขได้ถูกต้องตรงประเด็น กว่าจะรับรู้รับทราบประเด็นถกเถียงในที่ประชุมผู้บริหาร กลายเป็นระดับปฎิบัติการหรือชุมชนโดยรวมเสียประโยชน์ไปแล้วก็มี  ยิ่งเรื่องเกี่ยวกับเงินทอง  ยิ่งให้ประโยชนตนเองและพวกพ้องก่อน ก็กล่าวหากันไป

เวลาไปอบรมพิเศษอะไรที่เกี่ยวด้วยสายงานที่ต้องทำงาน ด้านต่างประเทศ คนที่ไปก็ไปซ้ำๆไม่งั้น ไม่มีอะไรมาเขียนในประเมินตนเอง หรือไม่ก็คนที่ไม่สบายไปพักผ่อนอะไรอย่างนี้  เสียดายบางคนไม่สบายก็เป็นอัจฉริยะด้านรัฐศาสตร์แต่ไม่สบายเสียนี่ กลุ้มแทน   คนที่ไปด้วยร่วมด้วยก็กลัวกันไป  กลัวมีคดีอาญา  หากทำคนป่วยให้มีการก้าวร้าวขึ้นมา

 

ดังนั้นเลยต้องอาศัยองค์ความรู้เก่าและประสบการณ์โชกโชนในชีวิตมาประยุกต์แสดงความคิดเห็นแบบองค์รวมไป  ในเรื่องข้อคิดเห็นส่วนตัวต่างๆ  ไม่ผูกพันกับองค์กร  ส่วนที่ผู้บริหารหรือผู้มีอำนาจตัดสินใจจะเอาไปประยุกต์ใช้อย่างไรก็ไม่ว่ากันว่าลอกเลียนความคิดไปใช้  เพราะว่าหากทำให้เกิดประโยชน์กับส่วนรวมคือประชาชนเราไม่ว่ากัน  ไม่ใช่ว่าเพื่อองค์กรใดหรือกลุ่มบุคคลใดหรือเพื่อประโยชน์ในตำแหน่งของตนเองเท่านั้นเราก็ขอสาปแช่งให้รับโทษทางอาญาและไม่เจริญโดยเร็ว    ดังนั้นความรู้ที่ชอบๆบางอย่างจะถนัดโดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับจิตวิทยาความสัมพันธ์ และประสบการณ์งานด้านกฏหมายคุ้มครองสิทธิมนุษยชน  ตามความต้องการการผลักดันและเตรียมความพร้อมของคนและองค์กรตามประสงค์ขององค์กรระหว่างประเทศ และกรอบความร่วมมือทั้งหลาย ส่วนเรื่องการบริหารการเงินงบประมาณแบบยักยอกเงินเข้ากระเป๋าตนเองหรือองค์กรนั้นทำไม่เป็นอย่างที่บางคนถูกกล่าวหาว่าทำกัน   เพราะประสบการณ์งานพัฒนาชุมชน กับการเป็นนักจิตวิทยาและนักกฏหมาย มันไม่เห็นจะเอามาทำอะไรได้ตรงๆกับงานต่างประเทศ เลย  ส่วนมากเอามาประยุกต์ใช้เอาทั้งนั้น  เพราะงานหลักของการต่างประเทศ เน้นสัมพันธไมตรีอันดี เราก็รักกันดีกับทุกประเทศนั่นแหละ ถ้าเอาประโยชน์ของความร่วมมือเป็นหลัก ไม่เอาประโยชน์ส่วนตน  งานเขียนโครงการเพื่อให้ได้เงินจากรัฐและเอกชนมาทำกันเอง ถ้าต้องการประหยัด ก็ไม่ต้องจ้างพวกบริษัทรับเขียนรับปรึกษา รับเหมาเอกชนเหมือนต่างประเทศเขา  ไม่ต้องไปลงทุนจ้างคนจบสูงจบนอกมาทำงาน  จ้างคนใหม่แบบผู้เชี่ยวชาญก็แพง เปลือง  ยิ่งถ้าเป็นพวกบางองค์กรที่มีการทุจริตคอรัปชั่นเป็นกระบวนการละก็  จัดสรรทันที ปันประโยชน์ให้องค์กร พวกพ้อง เพราะฉะนั้น ต้องลดต้นทุน ให้ต่ำ บางองค์กรระดับอินเตอร์  คนที่เคยทำงานด้วยในพื้นที่ก็เห็นบางคนดัดแปลงโครงการเก่าๆ มาใส่ขวดใหม่กันมาก  ยิ่งภาษาต่างด้าว  ต้องมีสต็อคเอาไว้ในไฟล์หรือฐานข้อมูลเคลื่อนที่ส่วนตัวเยอะๆ   ก็คงเป็นเรื่องกล่าวหากันทั้งเพ ถ้าจับไม่ได้ไล่ไม่ทัน

สมัยใหม่ยุคข้อมูลข่าวสารไร้พรมแดนบางทีก็แย่ งานเสนอต่างๆแบบใหม่ คิดใหม่ แค่คิด ยังลอกเลียนแบบไปใช้หมดจดก็มี ที่จะอ้างอิงให้เครดิตกันทีหลัง หายาก    ในต่างประเทศเขาคิดค่าเสียหายกันแพง ถ้ามีการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญากัน  ถึงขนาดต้องทำโปรแกรมไล่กวดพวกที่ชอบเอาบางท่อนบางตอนบางทีเอามาหมดทั้ง โครงการหรือภาคนิพนธ์นั้นๆ  มาสวมรอยในงานที่ต้องขอเอาตำแหน่ง บ้างเป็นวิทยานิพนธ์บ้าง  ยิ่งโทษเป็นคดีอาญาต้องเข้าคุกด้วย เวลาละเมิดสารพัดภาษาขึ้นมา วุ่นวายกันไปหมดเป็นคดีความยืดเย้อเสียเวลา   เจ้าของผลงานต้นฉบับ บางทีต้องช่วยประนอมเป็นเงินแลกกันไปก็มี ดีกว่าคนที่ละเมิดเสียตำแหน่งเสียโครงการไม่ได้เงิน   ยิ่งเป็นโครงการที่ต้องข้ามน้ำข้ามแผ่นดิน ยิ่งพลาดไม่ได้เด็ดขาด และจะขออยู่ใช้เงินของโครงการให้ได้ ไม่ย้ายเด็ดขาด จะอยู่ไปชั่วนาตาปี    เคยไปกี่รอบก็จะไปอีกไปแล้วไปอีก  ยิ่งเป็นแผ่นดินที่เจริญค่าเงินสูงยิ่งดี มีค่าใช้สอย ค่าพาหนะ เบี้ยเลี้ยงสูง ประหยัดหน่อยก็พอมีเหลือเก็บ  เพราะเป็นเงินของคนอื่น บางที่เป็นเงินภาษีของประเทศชาติก็มี    เรื่องพวกนี้ ก็กล่าวหากันอยู่อย่างนั้น     ผู้บริหารบางคนใช้วิธีใหม่แต่ต่อให้ใช้วิธีไล่กวดเอาข้อมูลข่าวสาร ดักจับเอกสารจากภายนอกจากต้นทางปลายทางสารพัด เพื่อจะได้สั่งการเอง ไม่ต้องกระจายอำนาจ ไม่ไว้ใจ อะไรแบบนี้ ก็อาจจะลอดหูลอดตาไปได้ เพราะสัมพันธภาพส่วนบุคคลที่มีการทำการแบบlobbyistลอบบี้ยิสต์ยังมีอยู่  กฏหมายข้อมูลข่าวสารก็มีไปงั้นเอง เสียดายเหมือนกัน  บางทีเจตนาของโครงการพัฒนาเพื่อประเทศชาติทั้งหลายสมควรมีเงินจากภาครัฐ เอกชนมาอุดหนุนทุกโครงการนั่นแหละ  ไม่ควรแห้วเลยแม้แต่โครงการเดียว  เพราะเขียนโครงการได้ยอดเยี่ยมวรยุทธ์ไม่ต้องไปจ้างใคร  เพราะคนเขียนโครงการมีประโยชน์ได้เสียกับโครงการอยู่  ไม่ได้รับจ้างภาครัฐทำเหมือนพวกประเทศทางปลายแหลมโน้น   แต่ตราบใดที่ยังมีการกล่าวหาว่ามีการนำเงินภาครัฐมาหมุนบ้างยักยอกบ้างเป็นเงินส่วนตัวของ องค์กรบ้าง กลุ่มบุคคลบ้าง ส่วนตัวบ้าง  บางทีเป็นโครงการที่ต้องทำงานต่างประเทศ ก็ถูกกล่าวหาว่าเขียนโครงการอยากไปเที่ยวเมืองนอกเอง  เขียนบวกค่าใช้จ่ายให้มันพิสดาร  เวลาไปกันจริง ไปอาศัยอยู่ที่ไหนเดินทางยังไงไม่รู้  มาทำหลักฐานเบิกเอาทีหลัง   แล้วเอาส่วนต่างไว้  ฟอกเงินเป็นทรัพย์สินอย่างอื่นอะไรแบบนี้  ร้อยแปดกล่าวหากัน  ถ้าเขียนให้คนอื่นไปไม่ทำเด็ดขาด บางทีหาที่มาที่ไปไม่ได้ เพราะทำหลักฐานเท็จล่วงหน้าหรือย้อนหลัง ได้หมด  รวมหัวกับผู้ประกอบการบ้าง เพราะงบบางก้อนมันเป็นเงินสดให้ในนามบุคคลธรรมดาไม่ใช่เข้าบัญชีชื่อองค์กรเป็นล้านๆบาทไม่ใช่เงินผ่านบัญชีธนาคาร ตรวจไม่ได้ว่าจ่ายรับกันจริงเท่าไหร่ เอกสารการเงินที่ปลอมบ้างจริงบ้าง เขียนจำนวนเงินไปอย่างจ่ายจริงไปอย่าง ส่วนต่างก็แบ่งจัดสรรกันไป ตามอำนาจการตัดสินใจตามตำแหน่งบังคับบัญชา ไม่รู้เงินส่วนตัวหรือเงินที่ยักยอกมา มั่วไปหมด ถ้าการให้รายได้สวัสดิการอินเซนทีฟไม่ทัดเทียมกันในภาครัฐและเอกชน  ก็หนีไม่พ้นข้อกล่าวหาคอรัปชั่นเป็นกระบวนการ ไม่จบไม่สิ้น การประเมินสมรรถนะแบบใหม่คงได้ผลดีๆกับเขาบ้าง  ถ้าทำงานไม่ตรงกับประสบการณ์ความถนัดก็โยกย้ายลาออกกันไป เพื่อไปประกอบอาชีพให้ถูกต้องตรงตามวิถีีแห่งวิชาชีพมืออาชีพของตนไป เอวังด้วยประการฉะนี้!!!

Posted by birdmydog in 08:46:32 | Permalink | Comments (2)

Saturday, April 5, 2008

Remember about 20 years ago ..i live and work in SRIRACHA..hope that our big antinarcotic drug world exhibition kid camp of CDD be success on anyway..


สมัยที่อยู่ที่สภากาชาดไทยเมื่อปี 2522 สมัยนั้น ทะเลที่ศรีราชาเป็นสีเขียว ตอนนี้ไม่รู้เป็นไงมั่ง แต่ว่าทะเลสวยจริงๆนะเนี่ย อาหารก็อร่อย จำได้ว่าตอนนั้นตัวดำ อ้วนกลม กินแต่อาหารทะเล มีความสุขจริงๆ
กลับมาอยู่กรุงเทพได้สักพักก็เรียนจบกฏหมายและมีลูกในปีเดียวกัน  ก็เลยออกมาผจญภัยทำงานกับเอกชนสารพัดร้อยแปด ทั้งงานขายและงานกฏหมาย  ตอนที่มาอยู่บริษัทมหาชนแถวๆอโศก
ก็เลยไปเรียนการศึกษาและจิตวิทยาที่ตรงมหาลัยข้างๆที่ทำงาน พอขายของทั้งประเภทขายของสวยงามและขายความรัก ประเภทอาหารเสริมความสวย และ ประกันความสุขอะไรแบบนี้ สักพักเลยมาเป็นทนายความ  เพราะบริษัทเอกชนมักมีชาวต่างชาติให้ทุนรอนหนักๆอยู่เสมอ เป็นเจ้าของกิจการโดยใช้ชื่อคนไทยเป็นเจ้าของและเขาก็ขนกำไรกลับบ้านเขาไป คนไทยที่เป็นลูกจ้างก็ต้องล้มหายตายจากไปพร้อมกับพิษของเศรษฐกิจและการเมือง   ทำงานกฏหมายรู้สึกว่าอิสสระเสรีเป็นอันมาก ก่อนตายก็ต้องขอกลับไปรับใช้ประชาชนด้านกฏหมายอีกอย่างแน่นอน ทำงานช่วยชาวบ้านด้านกฏหมายและจิตวิทยาเน้นด้านคุ้มครองสิทะทางอาญาอยู่พักใหญ่ เลยมาอยู่กับพัฒนาชุมชน เนี่ยก็ครบ2ปีแล้ว เร็วเหมือนโกหก  ได้สิ่งดีๆจากชาวบ้านมากมาย   ช่องว่างระหว่างคนมีกินกับไม่มีกินมันห่างกันเยอะ กำลังนึกอยู่ว่า พวกที่เขาทะเลาะกันให้ชาวบ้านฟังคงต้องไปใช้ชีวิตอยู่กับชาวบ้านสักพัก โดยการกิน นอน อยู่ แบบไม่มีรถ ไม่มีเรือ ไม่มีน้ำ ต้องเสียตังค์ซื้อน้ำ เสียตังค์ค่ารถรับจ้างแพงๆ ไม่มีเงิน กินแต่ข้าวในทุ่งนา ปลูกพืชผักสวนครัวกินกันเอง กินสัตว์ที่เลี้ยงเอง แบบที่ชาวบ้าน กับพัฒนากรเขาใช้ชีวิตกันในชนบท  คงไม่ต้องมาทะเลาะกันให้ชาวบ้านชาวโลกเขาเยาะเย้ยคนไทยว่า เดี๋ยวก็ต้องเป็นเผด็จการอีก เพราะถ้า ไม่ไปเห็นใจคนรากหญ้ากันมั่งแล้ว ก็คงจะมีวิกฤตอย่างที่ เมืองบางพวกที่เลือกประธานาธิปดีผิวสีก็ได้ เงินสนับสนุนเพื่อรากหญ้าหนุนน่าดู บ้างก็ว่า ไม่ได้หรอกระบบอมาตยาธิปไตยเช่นนี้ ไม่ให้คนบ้านนอกมาปกครองบ้านเมืองหรอก คนชาวกรุงเขารับไม่ได้  เนี่ยจะบอกให้ ไม่ได้เกิดจาการที่เขาเลือกตัวแทนมาเพราะเห็นใจจะเอาตังค์ไปให้พวกพ้องใม่ใช่ พูดผิด จะเอาไปให้ชาวบ้านรากหญ้า ไม่ได้ซื้อเสียงเสียงเสียหน่อย กล่าวหากันชัดๆ!!!!???????
many differential  in urban and rural : make crisis inside pariament and governnance  or not?…sometime ..some governors and urban borned people must be live someday  in rural life style ..for realize how suffering the rural people be….maybe make them knew about how bad convenient  of lacking all good supporting they r…maybe stop squirral …try to real help grassroot…more and more.WE NEED REAL DEMOCRASY…NO COUP AGAIN!!ONLY by CDD? stay and coach our grassroot ..where other commitee?

http://www.s

omdej.or.th/

http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=piyak&month=11-2007&date=07&group=5&gblog=1

http://www.satidhsuan.com/modules.php?name=AvantGo&op=ReadStory&sid=94

http://www.redcross.or.th/english/home/index.php4

สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า
วัน พุธ 01 ส.ค. 07@ 05:34:48 ICT
หัวข้อ: ประวัติศาสตร์รัตนโกสินทร์

สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า พระนามเดิม พระองค์เจ้าสว่างวัฒนา (10 กันยายน 2405 - 17 ธันวาคม 2498) ทรงเป็นพระราชธิดาในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชสมภพแต่เจ้าจอมมารดาเปี่ยม เมื่อวันที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2405 เป็นพระเจ้าลูกเธอชั้นเล็ก ลำดับที่ 60 ในจำนวนทั้งหมด 82 พระองค์ โดยรับราชการสนองพระเดชพระคุณเป็นพระภรรยาเจ้าในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

พระองค์ทรงเป็นพระชนนีของสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ ซึ่งเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราส สยามมกุฎราชกุมาร พระองค์แรกของไทย พระมาตุจฉา (ป้า) ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวและพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระอัยยิกา (ย่า) ในพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดลฯ และพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ

นอกจากนี้ พระองค์ทรงดำรงตำแหน่งองค์สภานายิกา สภากาชาดไทย พระองค์ที่ 2 และทรงสร้างสถานพยาบาลขึ้น ปัจจุบัน คือ โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของสภากาชาดไทย

พระราชประวัติ
สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า เป็นพระเจ้าลูกเธอพระองค์ที่ 60 ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และเป็นลำดับที่ 4 ซึ่งประสูติแต่เจ้าจอมมารดาเปี่ยม ทรงพระราชสมภพในพระบรมมหาราชวัง เมื่อวันพุธ เดือน 10 แรม 2 ค่ำ ปีจอ จัตวาศก จ.ศ. 1224 ซึ่งตรงกับวันที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2405 โดยได้รับพระราชทานพระนามจากสมเด็จพระราชบิดาว่า “พระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้าสว่างวัฒนา” รวมทั้ง ได้รับพระราชทานพรเป็นภาษามคธ ซึ่งสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ได้ทรงพระนิพนธ์แปลเป็นภาษาไทยไว้ว่า

“เราได้ตั้งนามของบุตรีในราชสกุลนี้ว่า “สว่างวัฒนา” ดังนี้ ขอบุตรีนั้นจงเป็นผู้มีสุข เลี้ยงง่าย ไม่มีโรค ไม่มีอุปัทวันตราย มั่งคั่งสมบูรณ์ มีทรัพย์มาก มีโภคสมบัติมาก ดำรงอิศริยยศตั้งอยู่ในพระบรมราชวงศ์ที่ประเสริฐสูงสุดของพระบิดายั่งยืนกาลนานเทอญ”

พระองค์ทรงมีพระเชษฐาและพระขนิษฐาร่วมพระมารดาทั้งสิ้น 6 พระองค์ ได้แก่ พระองค์เจ้าอุณากรรณอนันตนรไชย พระองค์เจ้าเทวัญอุไทยวงศ์ พระองค์เจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระองค์เจ้าสว่างวัฒนา พระองค์เจ้าเสาวภาผ่องศรี และ พระองค์เจ้าสวัสดิโสภณ

พระองค์เจ้าหญิงสว่างวัฒนาทรงได้รับการศึกษาตามแบบกุลสตรีในวังหลวง ทรงได้เล่าเรียนภาษาอังกฤษถึงขั้นอ่านออกและฟังเข้าพระทัย ทรงมีพระพี่นางพระน้องนางที่สนิทสนมเป็นเพื่อนสนิทกลุ่มเดียวกัน คือ พระองค์เจ้าแขไขดวง พระองค์เจ้านภาพรประภา พระองค์เจ้าพวงสร้อยสอางค์ และ พระองค์เจ้าเสาวภาผ่องศรี

เมื่อพระองค์มีพระชนมายุ 6 พรรษา พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคต และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์ กรมขุนพินิตประชานารถ เสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติขึ้นเป็นรัชกาลที่ 5 แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ พระฐานันดรศักดิ์ของพระองค์เจ้าสว่างวัฒนา จึงเปลี่ยนเป็น พระเจ้าน้องนางเธอ พระองค์เจ้าสว่างวัฒนา


(จากซ้าย) พระองค์เจ้าสว่างวัฒนา
พระองค์เจ้าสุนันทากุมารีรัตน์
พระองค์เจ้าเทวัญอุไทยวงศ์
พระองค์เจ้าอุณากรรณอนันตนรไชย
พระบรมราชเทวีในรัชกาลที่ 5
พระเจ้าน้องนางเธอ พระองค์เจ้าสว่างวัฒนา เมื่อทรงเจริญพระชันษาขึ้น พระองค์ก็มีพระสิริโฉมงดงาม จนมีคำกล่าวว่า “หน้าตาคมสันองค์สว่าง พูดจากระจัดกระจ่างองค์สุนันทา” พระองค์ทรงเข้ารับราชการเป็นพระภรรยาเจ้าในรัชกาลที่ 5 ขณะที่ทรงมีพระชนม์ 16 พรรษา ดำรงพระอิสริยยศเป็น พระนางเจ้าสว่างวัฒนา พระราชเทวี โดยมีพระองค์เจ้าหญิงที่รับราชการเป็นพระภรรยาเจ้าในช่วงเวลาที่ใกล้เคียงกับพระองค์ ได้แก่ พระองค์เจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระองค์เจ้าสุขุมาลมารศรี และพระองค์เจ้าเสาวภาผ่องศรี

พระภรรยาเจ้าทั้ง 4 พระองค์มีพระเกียรติยศเสมอกันทุกพระองค์ พระเกียรติยศที่จะเพิ่มพูนนั้นขึ้นอยู่กับการมีสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเป็นสำคัญ จนกระทั่ง ในปี พ.ศ. 2423 เกิดเหตุการณ์สิ้นพระชนม์ของพระองค์เจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ระหว่างการเสด็จแปรพระราชฐานไปพระราชวังบางปะอิน จึงทำให้เกิดปัญหาในการจะออกพระนามในประกาศทางราชการ ซึ่งนำมาสู่การจัดระเบียบภายในพระราชสำนักว่าด้วยตำแหน่งพระภรรยาเจ้าให้เป็นที่เรียบร้อย โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาพระองค์เจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ เป็น “สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระราชเทวี” ซึ่งถือเป็นพระอัครมเหสีพระองค์แรก และ พระองค์เจ้าสว่างวัฒนา ขึ้นเป็น สมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนา พระราชเทวี โดยในวันงานพระเมรุมาศสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ฯ ก็ได้มีประกาศฐานะพระอัครมเหสีให้ปรากฏเด่นชัดยิ่งขึ้นโดยเพิ่มคำว่า “บรม” อีกหนึ่งคำ ดังนั้น พระองค์จึงได้รับการเฉลิมพระนามาภิไธยเป็น สมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนา พระบรมราชเทวี ซึ่งเป็นตำแหน่งพระอัครมเหสี เนื่องจากพระองค์เป็นพระชนนีสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ พระราชกุมารพระองค์ใหญ่ในรัชกาลที่ 5

หลังจากพระองค์ทรงดำรงตำแหน่งพระอัครมเหสีแล้ว พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงได้สร้างพระตำหนัก ขึ้นในเขตพระราชฐานชั้นใน พระบรมมหาราชวัง เพื่อให้เป็นที่ประทับของพระองค์ โดยเมื่อขึ้นพระตำหนักใหม่แล้ว ชาววังก็ออกพระนามลำลองว่า สมเด็จพระตำหนัก ตั้งแต่นั้นมา

ภายหลังการสวรรคตของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร และทรงสถาปนาสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ พระราชโอรสในสมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระวรราชเทวี ขึ้นเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามมกุฎราชกุมารพระองค์ต่อไปนั้น ทำให้พระอิสริยยศของสมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี ฯ เทียบเท่าพระองค์ และในคราวที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินเยือนยุโรปอย่างเป็นทางการนั้น ได้สถาปนาสมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี ฯ เป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ พร้อมทั้งเฉลิมพระนามาภิไธยขึ้นเป็น สมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระบรมราชินีนาถ เมื่อปี พ.ศ. 2439 ซึ่งเป็นตำแหน่งสูงสุดของพระภรรยาเจ้า จึงทำให้ฐานะของสมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนาฯ ลดลงมาเป็นอันดับสองของพระราชวงศ์ฝ่ายใน

พระมาตุจฉาในรัชกาลที่ 6 และ 7 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์ได้รับการเฉลิมพระนามาภิไธยเป็น สมเด็จพระมาตุจฉาเจ้าสว่างวัฒนา พระบรมราชเทวี โดยข้าราชสำนักในสมัยนั้นออกพระนามว่า สมเด็จพระมาตุจฉา พระองค์ทรงเป็นพระธุระให้พระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวี ในรัชกาลที่ 6 ตั้งแต่ทรงพระครรภ์จนถึงมีประสูติกาลสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี พระราชธิดาพระองค์เดียวในรัชกาลที่ 6 ซึ่งมีพระประสูติกาลก่อนสมเด็จพระราชบิดาเสด็จสวรรคตเพียงวันเดียว โดยก่อนที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวใกล้เสด็จสวรรคตนั้น ได้มีพระราชดำรัสทรงฝากพระราชธิดาไว้กับพระองค์ด้วย

ต่อมา ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เฉลิมพระนามาภิไธยเป็น สมเด็จพระศรีสวรินทราบรมราชเทวี พระพันวัสสามาตุจฉาเจ้า


พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าเสด็จฯ ไปทรงรับพระราชนัดดา เมื่อคราวเสด็จนิวัติพระนคร ในวันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2481
พระราชโอรสและพระราชธิดา
สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ทรงมีพระราชโอรสและพระราชธิดารวมทั้งสิ้น 8 พระองค์ ได้แก่

  • สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร
  • สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าอิศริยาลงกรณ์
  • สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าวิจิตรจิรประภา
  • สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าสมมติวงศ์วโรทัย กรมขุนศรีธรรมราชธำรงฤทธิ์
  • สมเด็จพระราชปิตุจฉา เจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ กรมหลวงเพชรบุรีราชสิรินธร
  • สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าศิราภรณ์โสภณ พิมลวัฒนวดี
  • สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก (สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหิดลอดุยเดช กรมหลวงสงขลานครินทร์)
  • สมเด็จเจ้าฟ้าหญิง สิ้นพระชนม์เมื่อพระชันษาได้ 4 วัน

นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงรับอภิบาลพระราชโอรสและพระราชธิดาในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวที่กำพร้าพระมารดาอีก 4 พระองค์ นั่นคือ พระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้าเยาวภาพงษ์สนิท พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้ารังสิตประยูรศักดิ์ พระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้าประภาพรรณพิไล และพระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้าวาปีบุษบากร

ถึงแม้สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าจะมีความเพรียบพร้อมไปในทุก ๆ ด้าน และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ พระราชโอรสองค์แรกจะได้รับพระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมารพระองค์แรกก็ตาม แต่พระองค์ก็ทรงได้รับความทุกข์จากการที่พระราชโอรสและพระราชธิดาสิ้นพระชนม์ตั้งแต่ทรงพระเยาว์ โดยในปี พ.ศ. 2422 สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าอิศริยาลงกรณ์ พระราชโอรสลำดับที่ 2 ทรงสิ้นพระชนม์ลง ขณะที่มีพระชันษาเพียง 21 วันเท่านั้น และในปี พ.ศ. 2424 ก็ทรงสูญเสียสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าวิจิตรจิรประภา พระราชธิดาพระองค์ของพระองค์ไป เมื่อมีพระชันษาเพียง 4 ขวบเท่านั้น

ต่อมา ในปี พ.ศ. 2436 พระราชธิดาองค์เล็กของพระองค์ และเป็นพระราชธิดาพระองค์สุดท้ายในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งยังไม่ได้รับการพระราชทานพระนาม ก็สิ้นพระชนม์ลงขณะที่มีพระชันษาเพียง 3 วันเท่านั้น หลังจากนั้นเพียง 1 ปี สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมารก็เสด็จสวรรคตอย่างกระทันหันด้วยพระโรคไข้รากสาดน้อย จากเหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้พระองค์ทรงพระกันแสงอย่างรุนแรง ไม่เสวยพระกระยาหาร ทำให้พระสุขภาพทรุดโทรมลง และทรงพระประชวรลงในที่สุด

พระองค์ได้เสด็จประพาสหัวเมืองต่าง ๆ เพื่อพักฟื้น จนพระสุขภาพดีขึ้น แต่เมื่อ พ.ศ. 2441 พระองค์ก็ทรงได้รับความทุกข์จนล้มป่วยลงอีกครั้ง โดยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าศิราภรณ์โสภณ พิมลวัฒนวดี พระราชธิดาในพระองค์สิ้นพระชนม์ลง เมื่อมีพระชันษาเพียง 10 ปีเท่านั้น คณะแพทย์กราบบังคมทูลให้เสด็จฯ ไปประทับที่เมืองชายทะเลเพื่อรักษาพระองค์ แต่ยังมิได้เสด็จไป สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าสมมติวงศ์วโรทัย กรมขุนศรีธรรมราชธำรงฤทธิ์ ก็สิ้นพระชนม์ลงด้วยพระโรคไข้รากสาดน้อย เมื่อพระชันษา 18 ปี ซึ่งการสูญเสียพระราชโอรสและพระราชธิดาอย่างต่อเนื่องทำให้พระองค์ทรงพระประชวรถึงกับทรงพระราชดำเนินไม่ได้ และทรงเศร้าโศกสุดหักห้ามพระราชหฤทัยจนไม่เสด็จฯ ไปพระราชทานเพลิงสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าศิราภรณ์โสภณ พิมลวัฒนวดี และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าสมมติวงศ์วโรทัย กรมขุนศรีธรรมราชธำรงฤทธิ์ ซึ่งจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องกัน

ส่วนสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนกนั้น ก็สิ้นพระชนม์เมื่อ พ.ศ. 2472 และพระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้าเยาวภาพงษ์สนิท พระราชธิดาบุญธรรมที่มีความใกล้ชิดกับพระองค์มากที่สุด ซึ่งพระองค์ทรงหวังว่าจะฝากผีฝากไข้ไว้ด้วยนั้น ก็กลับสิ้นพระชนม์ลง 13 มิถุนายน พ.ศ. 2477

ในปี พ.ศ. 2481 สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ารังสิตประยูรศักดิ์ กรมพระยาชัยนาทนเรนทร พระราชโอรสบุญธรรมถูกจับกุมตัวด้วยเหตุผลทางการเมือง เมื่อพระองค์ทรงทราบข่าวก็ตกพระทัยและทรงต่อรองกับรัฐบาล โดยรับประกันด้วยพระราชทรัพย์ทั้งหมดที่พระองค์มีเพื่อแลกกับการปล่อยตัวกรมพระยาชัยนาถนเรนทร แต่ไม่สำเร็จ พระองค์ถึงกับรับสั่งว่า “ลูกตายไม่น้อยใจช้ำใจเลย เพราะมีเรื่องหักห้ามได้ว่าเป็นธรรมดาของโลก ครั้งนี้ทุกข์สุดที่จะทุกข์แล้ว” โดยกรมพระยาชัยนาถนเรนทรถูกถอดฐานันดรศักดิ์เป็น “นักโทษชายรังสิต” และถูกนำตัวเขาไปยังคุกบางขวาง ในระหว่างนั้นเองสมเด็จพระราชปิตุจฉา เจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ กรมหลวงเพชรบุรีราชสิรินธร ก็ประชวรและสิ้นพระชนม์เมื่อ พ.ศ. 2491 ซึ่งเป็นพระราชบุตรพระองค์สุดท้ายที่สิ้นพระชนม์ลง หลังจากนั้น นักโทษชายรังสิตก็ได้รับการปล่อยตัวและได้คืนสู่พระฐานันดรศักดิ์เดิม กรมพระยาชัยนาถนเรนทรก็สิ้นพระชนม์ลงเมื่อ พ.ศ. 2494

โดยมีเพียงพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวาปีบุษบากร พระราชธิดาบุญธรรมพระองค์เดียวเท่านั้นที่มีพระชนม์ชีพอยู่จนได้จัดพระบรมศพ

พระราชกรณียกิจ
หลังจากงานพระราชพิธีโสกันต์ (โกนจุก) สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าทรงรับใช้ใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาทพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าอยู่หัวเรื่อยมา เนื่องจากทรงสามารดจดจำพระราชกระแสได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ พระองค์ยังเป็นผู้รอบรู้การงานในพระราชสำนัก และขนบธรรมเนียมประเพณีต่าง ๆ อีกด้วย

ในปี พ.ศ. 2436 สภาอุณาโลมแดงได้เริ่มจัดตั้งขึ้น พระองค์ทรงดำรงตำแหน่งสภาชนนี ในปี พ.ศ. 2463 พระองค์ทรงดำรงตำแหน่งสภานายิกาพระองค์ที่ 2 หลังจากการสวรรคตของสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ สภานายิกาพระองค์แรก เป็นเวลานานถึง 35 ปี โดยพระองค์ทรงพระกรุณาพระราชทานพระราชทรัพย์จำนวนมากเพื่อบำรุงสภากาชาดไทย และตั้งกองทุนต่าง ๆ ในการส่งนักเรียนไปเรียนต่างประเทศ เพื่อให้มีผู้เชี่ยวชาญมาปฏิบัติหน้าที่อย่างเพียงพอ

ด้านการแพทย์และการสาธารณสุขนั้น พระองค์ทรงสนับสนุนโรงศิริราชพยาบาล ตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง เรื่อยมาตราบจนพระองค์เสด็จสวรรคต โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลังจากเหตุการณ์การสิ้นพระชนม์ของพระราชโอรสธิดาไปถึงจำนวน 6 พระองค์ ส่งผลให้พระองค์ทรงพระประชวรและเสด็จฯ แปรพระราชฐานไปประทับรักษาพระองค์ที่พระตำหนักศรีราชา ซึ่งพระองค์ทรงให้จัดสร้างสถานพยาบาลขึ้น โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทานนามว่า “โรงพยาบาลสมเด็จ” ปัจจุบัน คือ โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา และพระองค์ยังทรงริเริ่มหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ เพื่อให้การรักษาแก่ประชาชนที่อยู่ห่างไกลอีกด้วย นอกจากนี้ ยังทรงพระราชทานทุนส่งแพทย์พยาบาลไปศึกษาต่อต่างประเทศเพื่อพัฒนาวงการแพทย์ไทยอย่างต่อเนื่อง

ทางด้านการศึกษาพระองค์ได้พระราชทานพระราชทรัพย์เพื่อบำรุงโรงเรียนต่าง ๆ ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค อาทิเช่น โรงเรียนราชินี โรงเรียนวัฒโนทัยพายัพ จังหวัดเชียงใหม่ โรงเรียนเจ้าฟ้าสร้าง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นต้น

สวรรคต
เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2498 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินมายังวังสระปทุมเมื่อเวลาประมาณ 2 ยาม เนื่องจากคณะแพทย์ที่รักษาสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้ากราบบังคมทูลว่าพระอาการหนักสุดที่จะเยียวยาแล้ว คงจะเสด็จสวรรคตในไม่ช้า ภายในห้องพระบรรทมของสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้านั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงยืนอยู่ปลายพระบาท พร้อมด้วยคณะแพทย์และพยาบาลที่เฝ้าพระอาการ ส่วนหน้าห้องพระบรรทมนั้น สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถประทับอยู่ นอกจากนั้น ก็มีพระองค์เจ้าวาปีฯ หม่อมเจ้าหลานๆ และข้าหลวงหมอบเฝ้าเต็มไปหมด เนื่องจากเป็นที่ทราบกันแล้วว่าพระอาการจะไม่รอดตั้งแต่ 5 ทุ่ม จึงมาคอยส่งเสด็จกันพร้อมหน้าในวาระสุดท้าย หลังจากตีสองชาววังที่เฝ้าอยู่ในที่นั้นทั้งปวงต่างก็ได้ยินเสียงสวดมนต์เบาๆ ติดต่อกันโดยหาตัวผู้สวดไม่ได้ พอผ่านไปได้ 16 นาที สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าก็เสด็จสู่สวรรค์อย่างสงบ เมื่อเวลา 2.16 น. โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงหมอบกราบถวายบังคมอยู่ปลายพระบาทนั่นเอง รวมพระชนมายุได้ 93 พรรษา 3 เดือน 7 วัน

หลังจากสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าเสด็จสวรรคต ได้อัญเชิญพระบรมศพมาประดิษฐาน ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง จนถึงวันที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2499 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้อัญเชิญพระบรมศพลงจากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ไปประดิษฐานเหนือพระยานมาศสามคาน แล้วอัญเชิญพระบรมศพออกจากพระบรมมหาราชวัง ไปยังวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงทอดผ้าไตรที่พระโกศพระบรมศพ หลังจากนั้น พระบรมศพเคลื่อนขบวนไปยังพระเมรุมาศ ท้องสนามหลวง และถวายพระเพลิงพระบรมศพ และในวันที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2499 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่เสด็จพระราชดำเนินทรงเก็บพระบรมอัฐิ และเชิญพระบรมอัฐิเข้าสู่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ภายในพระบรมมหาราชวังเพื่อบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมอัฐิ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้บรรจุพระบรมราชสรีรางคาร สมเด็จพระศรีสวรินทราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ไว้ภายใต้ฐานชุกชีพระสัมพุทธวัฒโนภาส วัดราชาธิวาสราชวรวิหาร

บทความนี้มาจาก ศูนย์รวมใจ ศิษย์เก่าสาธิตสวนสุนันทา
http://www.satidhsuan.com

URL สำหรับเรื่องนี้คือ:
http://www.satidhsuan.com/modules.php?name=News&file=article&sid=94

Posted by birdmydog in 03:55:59 | Permalink | Comments (1) »

Very nice movement of CDD on rock antinarcotic drug goverment policy on runway of community of the world..at Sri rahcha ,Chonburee Province,Thailand.22-25april..2008..world kid camp!!!

more sponsors and foundation for develope creative young antinarcotic..WE CAN RECOMMENDED !!!!!!.contact Community Development Division or district in your province now!!!!!!!!!more information..in..
http://www.cdd.go.th/th/
CDD ANTINARCOTIC DRUG KID CAMP
,NEW YOUNG GENERATION
FOR EMPOWERING CLEAN COMMUNITIES OF THAILAND YEAR 2008.
22-25 APRIL 2008
VACHIRAWUT PRINCE CAMP
CHONBUREE PROVINCE
LOCAL PRODUCTS AND NICE EXHIBITIONS FOR YOUNG AGE!!!!!!!!!!!1

โครงการจัดค่าย “สร้างพลังแผ่นดินรุ่นใหม่ ต้านภัยยาเสพติด” พิมพ์
03 เม.ย.51 [ 10:20:59 ]

Download เอกสารหนังสือถึง

1. หนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด (ยกเว้นจังหวัดชลบุรี ฉะเชิงเทรา สมุทรปราการ ระยอง จันทบุรี นนทบุรี และจังหวัดปทุมธานี)

2. หนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ระยอง จันทบุรี สมุทรปราการ และจังหวัดนนทบุรี

3. หนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี

4. หนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี

5. เอกสารแนบโครงการฯ กำหนดการ แบบแจ้งประวัติผู้นำเยาวชน บัญชีรายชื่อเยาวชนที่ผ่านการฝึกอบรม

http://www.cdd.go.th/th/index.php?option=com_content&task=view&id=753&Itemid=74

http://www.bureausrs.org/index.php?lay=show&ac=article&Id=399892&Ntype=777

http://www.srirachapilot.org/index.php?lay=show&ac=article&Id=425264&Ntype=4

http://www.skyscrapercity.com/showthread.php?t=258410&page=29

http://www.srirachahome.com/map.php

http://www.flickr.com/photos/ja-ae/1507445772/

http://pediaview.com/openpedia/Amphoe_Si_Racha

Amphoe Si Racha

Si Racha
ศรีราชา
Statistics
Province: Chonburi
District office: 13°10′28″N, 100°55′50″E
Area: 616.4 km²
Inhabitants: 167,896 (2000)
Pop. density: 272 inh./km²
Geocode: 2007
Postal code: 20110
Map
Map of Chonburi, Thailand highlighting Si Racha

Amphoe Si Racha (also Sri Ratcha, Si Raja) is a district in the province Chonburi, Thailand. Its center is the town of Si Racha, located at the Gulf of Thailand, about halfway between Chonburi and Pattaya. It is increasingly marketed as a luxury retirement and expat zone for wealthy foreigners such as Japanese and British, who want to live near the beach, world class golf courses and Bangkok, but without the negative aspects of Pattaya.

It is in a heavily industrial zone consisting of manufacturing and shipping industries, supported by the sprawling port of Laem Chabang (20th largest in the world, see List of world’s busiest container ports). With Chon Buri city to the north and Pattaya, Bang Lamung township, Laem Chabang to the south, it forms the economic zone of the Eastern Seaboard of Thailand, a fast growing zone that is second to only Greater Bangkok in population and wealth. Due to the strong infrastructure, Laem Chabang and the Eastern Seaboard in general is the major hub for international exports, which have become the underpinning of the Thai baht.

Contents

Amphoe Si Racha

Si Racha
ศรีราชา
Statistics
Province: Chonburi
District office: 13°10′28″N, 100°55′50″E
Area: 616.4 km²
Inhabitants: 167,896 (2000)
Pop. density: 272 inh./km²
Geocode: 2007
Postal code: 20110
Map
Map of Chonburi, Thailand highlighting Si Racha

Amphoe Si Racha (also Sri Ratcha, Si Raja) is a district in the province Chonburi, Thailand. Its center is the town of Si Racha, located at the Gulf of Thailand, about halfway between Chonburi and Pattaya. It is increasingly marketed as a luxury retirement and expat zone for wealthy foreigners such as Japanese and British, who want to live near the beach, world class golf courses and Bangkok, but without the negative aspects of Pattaya.

It is in a heavily industrial zone consisting of manufacturing and shipping industries, supported by the sprawling port of Laem Chabang (20th largest in the world, see List of world’s busiest container ports). With Chon Buri city to the north and Pattaya, Bang Lamung township, Laem Chabang to the south, it forms the economic zone of the Eastern Seaboard of Thailand, a fast growing zone that is second to only Greater Bangkok in population and wealth. Due to the strong infrastructure, Laem Chabang and the Eastern Seaboard in general is the major hub for international exports, which have become the underpinning of the Thai baht.

Contents

http://www.panix.com/~clay/cookbook/bin/show_ingredient.cgi?sriracha

Sriracha

Sriracha Characteristics
Pronounced: See-RAH-cha (the first “r” is not pronounced)

Sri Racha is a seaside port and fishing town in Thailand, about 90 minutes south of Bangkok by car. It is the largest private port on the eastern coast of Thailand in Chonburi province. One of the main attractions in Sri Racha is Sri Racha Tiger Zoo, but most westerners recognize the name as the famous “Sriracha Chile Sauce”.

Sriracha sauce is made from sun-ripened chiles blended into a smooth paste with garlic. By far, the most popular and widespread brand in the US is Huy Fong made in Rosemead, California. The extensive Chinese and Vietnamese writing on the bottle lead many people to assume Huy Fong Sriracha sauce is made in Asia, but it is made from sun-ripened southern California chiles.

In Thailand, I purchased a bottle of Three Mountains brand Sriracha. It is similar to the Huy Fong Sriracha, but typically I find Sriracha sauces from Thailand to be a little sweeter than the Huy Fong brand.


Click on picture to enlarge

Varieties

Sriracha

Sriracha Characteristics
Pronounced: See-RAH-cha (the first “r” is not pronounced)

Sri Racha is a seaside port and fishing town in Thailand, about 90 minutes south of Bangkok by car. It is the largest private port on the eastern coast of Thailand in Chonburi province. One of the main attractions in Sri Racha is Sri Racha Tiger Zoo, but most westerners recognize the name as the famous “Sriracha Chile Sauce”.

Sriracha sauce is made from sun-ripened chiles blended into a smooth paste with garlic. By far, the most popular and widespread brand in the US is Huy Fong made in Rosemead, California. The extensive Chinese and Vietnamese writing on the bottle lead many people to assume Huy Fong Sriracha sauce is made in Asia, but it is made from sun-ripened southern California chiles.

In Thailand, I purchased a bottle of Three Mountains brand Sriracha. It is similar to the Huy Fong Sriracha, but typically I find Sriracha sauces from Thailand to be a little sweeter than the Huy Fong brand.


Click on picture to enlarge

Varieties

Recipe

This is a recipe from the excellent cookbook for Thai foods, Thai Food by David Thompson. I highly recommend this book for anyone with an interest in cooking Thai food.

1 cup garlic cloves, peeled
pinch of salt
5 to 10 dried long red chiles, deseeded and soaked
2 tablespoons white sugar
1 cup water

Combine all the ingredients in a small saucepan and cover. Simmer until garlic and chiles are tender, replenishing with a little water, if necessary. Cool and puree.

Sources


Search for Recipes or Return to Cookbook Index

Recipe

This is a recipe from the excellent cookbook for Thai foods, Thai Food by David Thompson. I highly recommend this book for anyone with an interest in cooking Thai food.

1 cup garlic cloves, peeled
pinch of salt
5 to 10 dried long red chiles, deseeded and soaked
2 tablespoons white sugar
1 cup water

Combine all the ingredients in a small saucepan and cover. Simmer until garlic and chiles are tender, replenishing with a little water, if necessary. Cool and puree.

Sources


Search for Recipes or Return to Cookbook Index

http://www.thailandvoyage.com/tourinformation/Sightseeingtour/pattaya/tiger_zoo.htm

Posted by birdmydog in 03:00:47 | Permalink | Comments (1) »

Friday, March 21, 2008

wut about merrit and mercy in fund or foundation?and wut about relative between nice qualify in personel in CDD of next generation?

เคยฟังมาอีกทีว่าท่านพอจอของเราสมัยที่เราเป็นพัฒนากรเมื่อไม่กี่เดือนที่แล้ว ช่วงที่มีปัญหาเกี่ยวกับสวัสดิการการดูแลคนป่วยที่ต้องยกมือยอมแพ้กันหมดทั้งจังหวัด จนกระทั่งพอจอของเราเกือบจะออกมาทำตามเรื่องที่ท่านคงเห็นใจสวัสดิการของพวกเรามากและคงไม่อยากให้มีการทุจริตคอรัปชั่นเป็นผลพลอยได้ พวกเราเลยมานั่งคิดอยู่ว่าเอถ้าเกิดงานขายโอทอปครั้งต่อไป พวกเราชาวอำเภอจะขายอะไรออกบูทดีนะ บ้างว่าจะทำอาหารขายอย่างปิ้งหมูสะเต๊ะแบบแม่ครัวฝีมือเย่ยมหรือไม่ก็อาหารอีสานระดับพ่อครัวหัวป่าก์ เราบอกว่าจะเพาะหนูไปขายด้วย อะไรอย่างนี้  เพราะได้ข่าวว่า ความที่ข้าราชการรายได้น้อย มีการกูยืมมาก หนี้เยอะ เวลาบทจะป่วยลาออกจากงาน เลยไม่จ่าย รอเจ้าหนี้บังคับคดีอย่างเดียว ซึ่งก็รวมไปถึงบรรดาผู้ค้ำประกันหนี้สหกรณ์ด้วย ซึ่งโอกาสโดนบังคับหักเงินเดือนใช้หนี้มีสูง บางรายยังไม่มีการบังคับคดีในศาลด้วยซ้ำ โดนหักด้วยระเบียบสหกรณ์ก็มี เป็นความมาที่ศาลแขวงก็บ่อย สมัยเป็นทนายรับปรึกษาก็ฟังเรื่องพวกนี้จนอ่อนใจ ส่งต่อเข้าไปไกล่เกลี่ยก็ออกจะลำบากใจ  เพราะหลายรายนอกจากที่เป็นหนี้ในระบบ ยังมีนอกระบบอีก บางส่วนที่เป็นเจ้าหนี้ก็เป็นผู้ที่สามารถให้ความดีความชอบแกตนเองได้ เลยต้องยอมเขียนสัญญากู้ดอกเบี้ยแพงมหาโหดไว้เป็นประกัน บังคับคดีมาเห็นสัญญาที่เจ้าหนี้เอามาฟ้องแล้วก็เบื่อแทน ทนายจำเลยเห็นแล้วส่ายหัว เพราะบางทีช่องว่างทางกฏหมายก็เปิดโอกาสให้คนเอาเปรียบกันได้เหมือนกัน ท่านพอจอของเราท่านก็เป็นนักกฏหมายและนักการศึกษา นักวิชาการที่ลงทำงานภาคสนาม ก็ต้องมีทั้งคนรักมากและบ่นก็มีมั่ง เพราะ การเป็นนักวิชาการนี่ก็แปลก บางที่พูดอะไรที่คนบางกลุ่มเขาบอกว่า งง ฟังไม่เข้าใจ ไม่รู้เรื่อง ถ่ายทอดไม่เป็น อะไรต่อมิอะไรร้อยแปด พูดศัพท์เทคนิคภาษาอังกฤษ ภาษาต่างด้าว ลูกน้องหรือคนฟังก็เริ่มหาวกันแล้ว เพราะบางทีก็รู้บางทีก็ไม่รู้เหมือนกัน การบริหารบนความเปลี่ยนแปลงคงยากน่าดูอยู่สำหรับระบบราชการ ยิ่งในระดับตำบลและอำเภอ นั้น เหมือนกับวาดฝันในอากาศ  เพราะนโยบายสวยหรูที่ยากแก่การที่จะโน้มน้าวใจของภาคีที่เอ็มโอยูที่เซ้นสัญญาผูกพันกันไว้ว่าเราจะช่วยกันเพื่อประโยชน์ของประชาชน บางครั้ง ทั้งผู้บริหารและผู้ที่รับงานต่อเนื่องก๋ถอดใจกันหมด เพราะถ้า ภาคีเขาเห็นว่า การกระจายงบประมาณเป็นไปด้วยความสุจริตโปร่งใสเขาก็เอาด้วย แต่ถ้าเขาบอกว่า เขาให้มาประชุมทุกตำบลนะคุณ แต่คุณมารวมมิตรหลายตำบลมาจัดซะตำบลเดียวอย่างนี้ แล้วผู้นำมาก็บุญแล้ว แต่จะให้เสียตังค์ค่ารถขนชาวบ้านมาด้วย หรือให้เขียนรายงานทำแผนทำอะไรมาแต่ไม่มีค่าใช้จ่ายที่มีในงบอยู่แล้วมาให้ก็ไม่มามีส่วนร่วมด้วยหรอก และที่บอกว่ากันไว้สำรองค่าโน้นค่านี่ก็ไม่เคยเห็นบัญน้ำบัญชีด้วยเสียหน่อย ค่าอาหารค่าจัดเลี้ยงค่าวิทยากรค่าพาหนะ ที่จะให้ผู้นำให้ประชาชนมามีส่วนร่วม ถ้าไม่ได้ไม่เห็นฉันก้ไม่มาร่วมด้วยหรอกอะไรอย่างนี้ ชาวบ้านเดี๋ยวนี้ก็ไม่ใช่ว่าจะว่างมาพร้อมกัน รับจ้างเป็นลูกจ้างก็มาก ทำหนังสือเวียนประชุมเหมือนอย่างที่ชาวกรุงเทพเขาทำยังเข้าท่ากว่า ถือว่ามีส่วนร่วม ผู้นำไม่ได้เสียหายอะไร ถือว่าลูกบ้านรับรู้ทราบ อะไรแบบนี้ ชุมชนเมืองเขาก็ใช้วิธีการมีส่วนร่วมโดยผ่านสื่อสารมวลชน การประชาสัมพันธ์ การประชาพิจารณ์ไป จัดประชุมผ่ายช่องทางการสื่อสารสารสนเทศ สารพัดวิธี ส่วนในชุมชนชนบทมี่มีอาชีพที่เกษตรปศุสัตว์อะไรอย่างนัดหมายกันในพื้นที่ได้ เป็นกลุ่มๆไป ปัญหาทุกอย่างต้องร่วมกันแก้จริงๆ การที่เรามานึกมาฝันเหมือนกับเรากำหนดนโยบายอยู่บนหอคอยงาช้างเหมือนอย่างที่บุคคลากรในพื้นที่ชอบค่อนแคะนักกำหนดนโยบายและนักวิชาการต่างๆว่าการทำงานในพื้นที่และต้องทำงานประสานกับภาคีทุกภาคส่วนนั้นเป็นงานที่ยาก ตอนหลังๆนี้ จึงมีการปรับเปลี่ยนเอานักวิชาการภาคสนามขึ้นมาปฎิบัติงานในเรื่องนโยบายอีก  เพื่อให้นโยบายเป็นไปตามที่คนในพื้นที่เขาสามารถขับเคลื่อนได้จริง  พื้นที่ในชนบทของเรานั้นยังมีหลายส่วนที่ดูเหมือนกับถูกละเลย บางส่วนเนื่องมาจากอำนาจต่อรองของพลังมวลชนในพื้นที่ยังน้อย เลยใช้วิธีอพยพมาหางานทำในเมืองดีกว่า ทำไมต้องทนแล้งทำมาหากินไม่มีรายได้สูงกะเขามั่ง สังเกตดูพัฒนากรภาคสนามของเราคนอีสานเยอะ  แต่ถ้าเป็นนักวิชาการและผู้บริหารในระดับจังหวัดหรือเขตกลายเป็นกลุ่มคนทางแถบที่เขามีการรวมพลังกันได้ดี เลยมีอำนาจต่อรองให้พวกพ้องที่อยู่ในถิ่นเกิดในแถบเดียวกันให้ได้มารองรับงานหรือนโยบายที่จะสืบทอดหรือถ่ายเทนโยบายอะไรต่างๆเป็นการสะดวก  เอ หรือว่าคิดไปเองหรือเปล่า  แต่ลักษณะคนไทยเป็นแบบนี้มาเป็นเวลาไม่ต่ำกว่า50ปีแล้ว  มาช่วงหลังนี้หรอกที่มีกรณีศึกษาน่ากลัวหลายเรื่องที่คนบางภาคที่รักกันมากถามหาเรียกกันมาทำงานฝ่ายหรือแผนกหรืออำเภอเดียวกันจังหวัดเดียวกันตลอดยกเว้นบ้านเกิดตัวเองอะไรอย่างนี้ มีเหมือนกันตอนหลังพอมีปัญหาเรื่องที่จำเป็นถึงขนาดก็ตัดขาดกันได้แต่ขนาดเอาชีวิตเข้าแลกเลยที่เดียว  ฟังเรื่องราวแบบนี้แล้วอ่อนใจ บางทีอาจจะเป็นเพราะ คนที่เกิดมาบนยอดดอยสูงหรือดินแดนที่มันแล้งแสนแล้ง ผืนดินแตกระแหงมองไปไม่มีน้ำสักหยด คดลงใต้บาดาลก็แทบจะหาน้ำไม่ได้ ความทนทานมันคงต่างกัน  ทน ทน และ ทน คิดอยู่เสมอว่าดินแดนที่แห้งแล้งและทุรกันดารของเมืองเราเมื่อไหร่มันจะหมดไปหนอ  จะมีชาวอีสานชาวเหนือที่สามารถไปอยู่อันดับต้นๆของมหาเศรษฐีโลกกับเขามั่งได้หรือเปล่า  และการที่โอกาสที่จะได้ไปนั่งเป็นตัวแทนในการกำหนดนโยบายเป็นผู้บริหารให้กับผู้คนในประเทศ ให้ชาวบ้านในชนบททุกภูมิภาคมีอันจะกินได้รับการศึกษาสูง การศึกษาที่ดี จะมีทั่วกันไปหมด  ไม่ใช่ว่าบางมหาวิทยาลัยนั้นแทบจะต้องบอกว่าวิชารัฐศาสตร์นิติศาสตร์ที่เรียนจบมาต้องทำงานบริหารจัดการกลไกขับเคลื่อนบ้านเมืองนั้นกลายเป็นว่าผู้ที่มีโอกาศได้เรียนมีให้เห็นชัดๆกันเป็นพื้นที่บางภาคของประเทศเท่านั้น  เลยกลายเป็นว่า หากฉันเป็นพัฒนากรในพื้นที่นี้หากไม่สามารถรับสภาพตรงส่วนนี้ได้ฉันก็จะดิ้นไปตำแหน่งใหม่ที่มีคนภาคเดียวกะฉันเป็นผู้บริหารอยู่ เขาไม่เอาคนภาคอื่นหรอกต้องคนภาคเดียวกัน ส่วนพวกที่ทนเก่งๆก็จงอยู่ในพื้นที่ประเภทอย่างนี้ไปเถอะ กลายเป็นว่าคนบางภาครู้สิทธิหน้าที่ของตัวมากกว่าคนภาคอื่นๆ ในการที่จะยอมหรือไม่ยอมให้ใครมาใช้เป็นเครื่องมือหรือยอมให้ใครมาบงการ เรียกว่าคนบางภาคนั้นมีความเป็นตัวของตัวเอง มีการรักพวกพ้อง ปกป้องพวกของตัวเองได้อย่างยอดเยี่ยม พวกที่ทนเก่งๆ หรืออาจจะว่าไม่มีพวกที่คอยปกป้องสิทธิประโยชน์ให้ ก็จงตกอยู่ภายใต้ความไม่ชอบธรรมอย่างที่คนบางภาคเขายอมไม่ได้หรอก อะไรแบบนี้ เดียวนี้เลยมีเรื่องแปลกๆที่ต้องให้มีการบริหารปกครองบ้านเมืองกันแปลกๆ แทนที่คนในท้องถิ่น คนเกิดในพื้นที่จะได้นำความเจริญมาสู่พื้นที่ของตัวเอง บริหารจัดการภายในท้องถิ่นของตน กลายเป็นว่าเอาคนนอกพื้นที่ที่ว่าปกป้องผลประโยชน์คนภาคตัวเองเก่งๆมาบริหารจัดการเหนือระดับขึ้นไปอีก ซึ่งออกจะเป็นการบริหารที่กระจายอำนาจปกครองบริหารจัดการท้องถิ่นแบบประหลาดพิศดารจริงๆ ยังงงอยู่เหมือนกัน  จะว่าเป็นวิธีการคานอำนาจประเภทหนึ่ง ก็ยังไม่ค่อยเข้าใจ   การที่เรารักพวกพ้องก็นับว่าเป็นสิ่งที่ดี จริงๆ แต่รักพวกตัวเองจนกระทั่งลืมไปว่า ไปละเมิดเขาคนอื่นเดือดร้อน พวกตัวเองสบายใจสบายกาย อะไรอย่างนี้ก็แปลก  ไปทำให้เกิดการแบ่งพวกให้ปรากฏชัด ว่าถ้าเธอไม่ใช่พวกจะไม่สนับสนุนเด็ดขาด อะไรอย่างนี้ มันก็กระไรอยู่  ไม่รู้เหมือนกัน อย่างไรเสียก็คิดว่า ไม่ว่าเราจะเป็นคนไทยเกิดในภูมิภาคไหนก็ตาม ตอนนีเรามาทำงานร่วมกัน คือบำบัดทุกข์บำรุงสุข ให้ประชาชน ก็ขอให้รักสามัคคีนำพาประเทศให้รอดปลอดภัยด้วยเถอะ เข้าใจอยู่ว่าเรื่องการตรวจสอบ การคานอำนาจ หรือระบบคุณธรรมมันเป็นเรื่องดีของระบอบประชาธิปไตย  นโยบายเร่งด่วนเขาต้องมุ่งไปที่70เปอร์เซ็นของประเทศคือกลุ่มประชาชนรากหญ้าของเรานั่นแหละ  แต่พวกเราต้องช่วยกัน เปลี่ยนจากฝันมาเป็นจริง การร่วมแสดงความเห็นโดยสุจริต โดยเฉพาะพัฒนากรของพี่น้อง เหมือนกระบอกเสียงของชาวบ้านในตำบลนั้น ส่งผ่านมาตามข้อมูลสารสนเทศชุมชนให้เป็นที่ประจักษ์ว่าพัฒนากรและชาวบ้านในพื้นที่ของเรานั้นมีความผูกพันที่อธิบายได้ยากจริงๆกับชีวิตของการเป็นพี่เลี้ยงให้แก่ชาวรากหญ้าของเรา ต้องทำอะไรบ้าง ถ่ายทอดมาเป็นภาพเป็นเสียงเป็นเรื่องราวจากชีวิตพัฒนากรในพื้นที่จริงให้ผู้บริหารได้รับรู้ปัญหาทั้งของพัฒนากรเองและชาวบ้าน เราจะได้แก้ปัญหาให้ตรงจุดในภูมิภาคต่างๆมีปัญหาต่างกัน ไม่งั้นชาวบ้านและพัฒนากรก็จะมาบ่นน้อยใจว่าคิดแต่งานและนโยบายบนหอคอยงาช้างพัฒนากรและชาวบ้านขับเคลื่อนกันไม่ใช่เรื่องง่ายนะ การสร้างพลังมวลชน การสร้างจิตสำนึกให้มีส่วนร่วม ปกป้องผลประโยชน์ของตนเอง รู้สิทธฺประโยชน์รู้หน้าที่ของตนเองเหมือนคนไทยบางภาค อีกทั้งต้องอาศัยผู้นำในพื้นที่ การศึกษาที่ดีเยี่ยม ข่าวสารที่เข้าถึง และที่แน่ๆต้องมีพัฒนากรพี่เลี้ยงที่พร้อมด้วยความแข็งแกร่งมีรายได้สวัสดิการดีเยี่ยมมีขวัญกำลังใจเต็มเปี่ยมจนไม่ประสงค์ที่จะทำตัวให้ชาวบ้านว่าเจ้าพวกนี้บางส่วนยักยอกฉ้อโกงงบประมาณของประเทศที่จะนำมาให้แก่ชาวรากหญ้าอะไรแบบนี้  พัฒนากรเราเงินดีสวัสดิการดีมีบทลงโทษทางอาญาหนักๆเรื่องยักยอกอะไรแบบนี้  รับรองไม่มีใครบ้ามาทำทุจริตหรอก  ขอบอก…อย่าให้พวกนักสถิตินักเก็บโพลที่สุ่มกลุ่มตัวอย่างบ้าบอบางพวกมาว่าประเทศเรานั้นติดอันดับต้นๆของการทุจริตคอรัปชั่นเลย อายชาวโลกเขา บางที ไม่รู้เราอายหรือเปล่า มันด้านๆไงไม่รู้บอกไม่ถูก เพราะความที่อาจจะคุยกับคนต่างชาติมากไม่ว่าจะเป็นพวกไหนอาชีพไหน ชอบมองภาพเมืองเราว่าโกงกินกันหั่นแหลก เราเลยรู้สึกแย่ เวลาถูกชาวบ้านร้านตลาดหรือชาวต่างชาติประนามหยามเหยียด หรือว่าฝันไป ไม่รู้ใครหนอตะโกนในที่ประชุม กล่าวหาว่า ทำตัวแบบไหนอะไรนะ เลยทำให้ประเทศชาติไม่เจริญ รู้สึกว่าจะเป็นตัวแทนภาคประชาชนนะ รู้สึกน็อคไปเหมือนกัน บางทีอาจจะเป็นเพราะทำงานประสบการณ์โชกโชนกับมืออาชีพสารพัดอาชีพมาหลายปีดีดัก พอเข้ามาในระบบที่กำลังจะเปลี่ยนแบบนี้ เลยมีอาการช็อคอยู่มั่งเหมือนกัน  หากเป็นน้องที่เพิ่งเข้ามาแบบยังไม่ผ่านงานมามากอย่างเราคงไม่เท่าไหร่ หากไม่รับรู้ไม่คิดมากก้คงจะสู้ตายเป็นเลือดใหม่ไฟแรงใหห้กรมต่อไปจนเป็นผู้บริหารใหญ่ในอนาคต บางทีการรู้โลกเห็นในสิ่งที่คนอื่นไม่เห็นมามาก เลยทำให้กลัวเกรงและละอายต่อบาปมากขึ้นหรือเปล่า ก็ไม่รู้เหมือนกัน เพราะบางคนไม่เห็นเป็น สบายดี ยังคงทำหน้าที่อยู่ในกระบวนการสาธารณสุข การยุติธรรม จิตวิทยา อย่างมัความสุขสบายใจดี เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆก็คงทำงานสนุกสนานบันเทิงดี หรือว่า มันจะเป็นวิถีอีกอย่างของชีวิตก็ไม่รู้ ต้องลองเดินทางนี้ต่อไปสักหน่อย..ไอ้ที่เคยเห็นการเกิดแก่เจ็บตายที่ปรากฏต่อหน้าต่อตามานักต่อนักก็ถือว่าเป็นอุทาหรณ์สอนชีวิตไป  ไม่ว่าการช่วยชีวิต การช่วยไม่ได้ การเป็นทนายจำเลยคดีอุกฉกรรจ์ การเป็นนักจิตวิทยาคดีมหาโหดพิศดารพันลึก การเกาะลูกกรงให้คำปรึกษานักโทษในคุกใหญ่คดีหนักโหดประเภทจำคุกตลอดชีวิตหรือประหาร  รับจ้างมาแล้วทั้งผู้มีอันจะกินและฟรีสำหรับผู้ไม่มีอันจะกินขอตังค์ค่ารถจากภาครัฐเอา อะไรอย่างนี้ เห็นและได้ยินเสียงโซ่ตรวนทั้งในคุกและในศาลมาก็มาก คุ้มครองปกป้องสิทธิประโยชน์ให้ชาวบ้านตั้งแต่เด็กตาดำๆที่โดนละเมิดยันผู้ใหญ่แสบๆที่ขายยาเสพติดที่หนักเป็นกิโลก็ต้องทำมาแล้วเพื่อเลี้ยงชีวิตแบบมืออาชีพเพราะคดีอาญาก็ไม่มีใครผิดจนกว่าศาลจะพิพากษาถึงที่สุดนั่นแหละ มนุษยธรรมในโลกใบน้อยๆนี้ก็คงมีอยู่ในอากาศที่เราหายใจอยู่นี่แหละ ทำไปเถอะหนอทุกอาชีพ แต่บางอาชีพไม่เห็นโลงไม่หลั่งน้ำตาจริงๆ หรือเพราะอะไรไม่รู้ ไม่อยากรู้ก็ไม่ได้ เพราะถ้ารู้เห็นแล้วจะสุขภาพจิตเสื่อม อารมณ์ไม่ค่อยดีไม่รู้เป็นอะไร.. ช่วงนี้ขอพักร้อนรักษาสุขภาพจิตก่อนนะจ้ะ..


some   time   i think about wut happened in rural develovment…everybody can help people from poverty or not?
the big ploblem in solving..but how we can do?
not only me but all powerful of our people..
not only people  in south..that got high chance in education and full perfect quality life by nice natural resource…or not only people in north that full of mountain and differential of tribes of coldness high mountain..good for agriculture but cool air make people still love to live in easy way..not so good to push them on hard work..artist r recommend for this north regian people..
but for north east people ..they r the great specialize on all of careers of this world..because of it must to be work hard for leaving from bad of worse natunal and educate resource in this regian..
only left no water land ..moving into best resource of all perfect land of this world..that movement of our ESAN people show that how they loss all best resource for alive..
no sea ..no rubber tree..no fish ..like south peaple…no high mountain with cool air for high agriculture expensive products for export like north people..
but many grassroot of our people r here!!
on hot and no water land..no original of big rivers like north..no big sea like south or west or east people..
wut about manifesting of ESAN north east  people?(“Manifesting” is the idea that we can make our dreams and wishes come true, using the power of the mind to make them a reality.)
Last Quarter Moon, March 29th, 5:46 PM ESTto see image, click on: 'show HTML graphics' at end of email

why the representattive of  ESAN PEOPLE in executive position or high position in department or ministry is r only small group?
i still think about how differential about why ESAN executive still be block about nice innovative opinion or suggestion in conference room..
and because of ESAN people work by alone ..no group or society powering in nogotiate of policy in manage policy of govern of all projects in supporting back to thier unperfect area or ESAN region..no power in negotiate?
only small group of ESAN- borned people r promote to executive position in big ministry or company or not?
because of ESAN people work with no same ESAN people in same team or not?
or because of ESAN people donot separate about race or background of people …because everybody r not difference?
that the one of reason that ESAN R NEGLECT ZONE OF EXECUTIVE OR SUPPORTING ABOUT GOOD POLICY SUPPORT OR NOT?

to see image, click on: 'show HTML graphics' at end of email

Dear Sukunya,

    This week, I want to share a story with you about one of my clients whom I’ll call Rex.  Rex came to me a while back, frustrated.  He knew a little about manifesting and had very clear ideas about what he wanted to have happen and even how it was to happen.  (“Manifesting” is the idea that we can make our dreams and wishes come true, using the power of the mind to make them a reality.) Rex had applied numerous manifesting techniques, but to no avail.  In fact, he said that he felt that the more he tried to make things happen, the more obstacles seemed to block his path.

    Listening to Rex, I knew immediately what was wrong, Sukunya.  He had the right idea about working on his dreams, but he was impeding an important part of the manifesting process.  By trying to direct so specifically how things would manifest, he was severely restricting how the Universe could fulfill his requests.

    To help Rex get over this hurdle, I gave him an exercise.  For one month, he was to continue visualizing what he wanted, and then imagine himself enjoying the final result.  He was not, however, to visualize or imagine how things would fall into place.

    The next time I heard from Rex, things were going well.  He said that as soon as he had stopped dictating how things would come to him, the manifestation floodgates had opened and his wishes and dreams were coming his way.  Interestingly, he said that nothing had happened in a way that he would have imagined it.

    Sukunya, when it comes to dreams, it is important to set the energy in motion, but then we need to leave it be.  It is the Universe that decides how things come out.

    I hope you enjoyed the story.  It makes me happy to see someone’s dream come into being.  As you read through your Health, Wealth and Happiness forecast, think about how you can manifest your dreams and make them a reality.

               Best wishes,
                  To see image, click on: 'show HTML graphics' at end of email  

P.S.:  Please remember to add my email address Bethea@myhealthwealthandhappiness.com to your address book to ensure that you receive your forecasts on time.

to see image, click on: 'show HTML graphics' at end of email     

to see image, click on: 'show HTML graphics' at end of email     
Sukunya   
March 24 - March 30   

to see image, click on: 'show HTML graphics' at end of email   

    There may still be a lot of “hot air” circulating this week, Sukunya, but folks at last are starting to calm down.  If you are on the receiving end of someone’s sharp tongue on the 28th when Mercury and Uranus combine, please don’t take it personally, but don’t engage with bad manners either.  On the 29th Uranus links up with both Jupiter and Venus in a really positive way.  Be on the alert for unexpected invitations and phone calls and possibly even business or creative opportunities that come right out of the blue.

to see image, click on: 'show HTML graphics' at end of email

Posted by birdmydog in 21:29:54 | Permalink | Comments (1) »

Friday, March 7, 2008

up to the political world..it s roll and row…wut is the truth?maybe i sleep ,,..and wake again for caucus..

also as my political little world here..sometime i think that maybe i cannot push nice fund or foundation for CDD community people and all network supporting..tough to make many people to realize that work on the right way of law can get nice quality life also…really it is not easy like cheating budget…but it make u prond in civil public people dignity …right?
bad income ..salary and welfare..still be reason of high corupsion..or not?i donot sure..low intensive make low potential in smart team or not..i do not know..tough to proof..

http://topics.edition.cnn.com/topics/hillary_clinton

http://edition.cnn.com/ELECTION/2008/
http://edition.cnn.com/ELECTION/2008/
political world make me confuse..maybe sleep and wait while the world roll…

Road to the White House

Delegate Definitions
Pledged delegates: Won by candidates in primaries and caucuses; pledge to support their candidates at the national conventions.

Superdelegates: Democratic officeholders and party officials guaranteed national convention seats; can support the candidate of their choice.

Unpledged RNC member delegates: Republican party officials guaranteed national convention seats; can support the candidate of their choice.

Path to the Presidency

Our explainer lays out the steps a candidate must take to win the White House

More Features

February 22, 2008 — Updated 2052 GMT (0452 HKT)

  • Share this on:
    DiggDigg
    FacebookFacebook
    redditreddit
    StumbleUpon

    Share

  • E-mail
  • Save
  • Print

Commentary: For Clinton to win, she should focus on economy

  • Story Highlights
  • Roland S. Martin: Clinton must streamline her message
  • Clinton should let her inner policy wonk come out, Martin says
  • March 4 primaries in Texas, Ohio might decide Democratic battle
  • Next Article in Politics »
  • March 6, 2008 — Updated 2240 GMT (0640 HKT)

    • Share this on:
      DiggDigg
      FacebookFacebook
      redditreddit
      StumbleUpon

      Share

    • E-mail
    • Save
    • Print

    A fact check on Clinton’s foreign policy claims

    • Story Highlights
    • Sen. Clinton highlights her foreign policy credentials in primary race
    • Sen. Obama says the media needs to hold her accountable on experience
    • CNN found some statements need clarity, others check out well
    • Next Article in Politics »


    From Brian Todd
    CNN

    Decrease font Decrease font
    Enlarge font Enlarge font

    WASHINGTON (CNN) — Sen. Hillary Clinton, fresh off crucial wins in Tuesday’s primaries, has been playing the experience card heavily, particularly in regard to her role in foreign policy.

    art.clintonforeign.ap.jpg

    Sen. Hillary Clinton delivered a foreign policy speech at George Washington University in February.

    Clinton said it’s her 35 years of experience that make her the best candidate to take on presumptive GOP presidential nominee John McCain in November.

    After losing primaries in Ohio and Texas, Sen. Barack Obama argued the media has not held Clinton’s feet to the fire on foreign policy.

    “Was she negotiating treaties or agreements, or was she handling crises during this period of time? My sense is the answer is no,” Obama said Wednesday.

    So how do Clinton’s claims stack up?

    In some cases, CNN found a lack of clarity on her real involvement in foreign policy affairs. But in other cases, her claims do seem to check out fairly well.

    Northern Ireland

    “I helped to bring peace to Northern Ireland,” Clinton said on CNN’s American Morning on Wednesday. Video Watch more of Clinton’s comments on the race »

    A Washington Post blogger accused Clinton in January of exaggerating her involvement in Northern Ireland.

    But former Democratic Senate majority leader George Mitchell, who was a U.S. special envoy to Northern Ireland, told CNN that while Clinton was not directly involved in negotiations, she did play a helpful role in bringing in women’s groups that

 

updated 3 hours, 5 minutes ago

  • Share this on:
    DiggDigg
    FacebookFacebook
    redditreddit
    StumbleUpon

    Share

  • E-mail
  • Save
  • Print

Obama, Clinton rustle up support in Wyoming

  • Story Highlights
  • Wyoming holds caucuses Saturday; 12 delegates up for grabs
  • Sens. Obama and Clinton stumping for last-minute votes in the state
  • Obama’s foreign policy adviser resigns over Hillary ‘monster’ comment
  • Next Article in Politics »


Decrease font Decrease font
Enlarge font Enlarge font

WASHINGTON (CNN) — Sens. Barack Obama and Hillary Clinton were in Wyoming on Friday, wrangling last-minute votes before Saturday’s caucuses.

art.obama.next.gi.jpg

Sen. Barack Obama leads in the overall delegate count, according to CNN calculations.

Click to view previous image
1 of 2
Click to view next image

New York’s Sen. Clinton is holding town hall meetings in Cheyenne and Casper — a city with a population of roughly 50,000 people.

Illinois’ Sen. Obama will also hold a town hall meeting in Casper and is set to attend a rally in Laramie.

Wyoming is not typically a stop for Democrats looking for delegates in order to clinch the nomination, but because of the delegate deadlock this year, the numbers could make a difference.

With just over 600 delegates left at stake in the Democratic presidential race, every remaining contest is seen as crucial to both Clinton and Obama.

The Clinton campaign even dispatched former President Bill Clinton to the state to drum up support.

So far, no polling has been conducted in the state, although the Illinois senator has held the advantage in most caucus contests to date.

The Wyoming party will divvy up 12 delegates based on the caucus results.

The two candidates are separated by fewer than 100 delegates, CNN estimates, with Obama leading Clinton 1,520 to 1,424.

“Seriously, I never imagined when I took this job that we would see the day when the two front-runners for the Democratic presidential nomination would hold events in Wyoming on the eve of our county caucuses,” Wyoming Democratic Party spokesman Bill Luckett wrote on the state party’s Web site Thursday.

“I think there’s a reasonable chance we’ll get our 15 minutes in the national spotlight when the deal goes down on Saturday.”

The two campaigns Thursday showed they were ready to use their funds to battle for every delegate as they planned events in states that, like Wyoming, rarely show up on the Democrats’ political radar. Video Watch the candidates discuss the upcoming contests »

On Thursday, Obama’s campaign announced it had raised $55 million in February, setting a record for political fundraising in one month.

The amount far outpaces the $35 million Clinton raised over the same period.

Obama set the previous record in January when he raised $36 million.

The campaign said 727,972 donors contributed to the campaign in February. More than half of them were first-time contributors.

A majority of the money, $45 million, was raised online, the campaign said. More than 90 percent of the donations were under $100, and more than half were under $25.

Less than $1 million of the funds raised in February can only be used if Obama receives his party’s nomination, the campaign said. All the rest may go toward campaigning in the primary season.

Clinton and Obama’s battle for the Democratic presidential nomination took on new energy this week after Clinton’s comeback victories in Ohio and Texas Tuesday.

The Clinton campaign has been raising $3 million a day since her victories Tuesday, a campaign adviser told CNN.

Meanwhile, both campaigns found themselves embroiled in name-calling on Thursday. Video Watch Jack Cafferty’s take on the whether the candidates should take on negative attacks »

One of Obama’s top foreign policy advisers, Samantha Power, a professor at Harvard University, resigned from her position in the campaign after calling Clinton a “monster,” the Illinois senator’s campaign announced.

“With deep regret, I am resigning from my role as an adviser to the Obama campaign effective today,” Power said in a statement issued by the campaign. “Last Monday, I made inexcusable remarks that are at marked variance from my oft-stated admiration for Sen. Clinton and from the spirit, tenor, and purpose of the Obama campaign.

“And I extend my deepest apologies to Sen. Clinton, Sen. Obama, and the remarkable team I have worked with over these long 14 months.”

The Obama campaign said that the decision was Power’s, and stressed that “she was an adviser, not a paid staffer.”

“She made the decision to resign and we accepted,” said communications director Robert Gibbs.

The decision to resign came shortly after The Scotsman newspaper published an article in which she makes the characterization — a comment she immediately tried to retract — and suggested the New York senator is trying to deceive voters.

“She is a monster, too — that is off the record — she is stooping to anything,” Power was quoted as saying.

“You just look at her and think, ‘ergh,’ ” Power also said. “But if you are poor and she is telling you some story about how Obama is going to take your job away, maybe it will be more effective. The amount of deceit she has put forward is really unattractive.”

Power also said the Obama campaign “f***** up in Ohio.” Clinton beat Obama by 10 percentage points in Ohio on Tuesday.

“In Ohio, they are obsessed and Hillary is going to town on it, because she knows Ohio’s the only place they can win,” Powers said.

Obama spokesman Bill Burton distanced the campaign from the remarks, saying in a statement that the Illinois senator “decries such characterizations which have no place in this campaign.”

The interview came the same day a top Clinton adviser compared Obama’s recent actions with those of independent prosecutor Kenneth Starr, who prosecuted the Clintons while Bill Clinton was in the White House in the 1990s.

advertisement

“After a campaign in which many of the questions that voters had in the closing days centered on concerns that they had over his state of preparedness to be commander in chief and steward of the economy, he has chosen instead of addressing those issues to attack Sen. Clinton,” Clinton’s communications director Howard Wolfson said on a conference call with reporters Thursday morning.

“I for one do not believe that imitating Ken Starr is the way to win a Democratic primary election for president.” E-mail to a friend E-mail to a friend

CNN’s Alexander Mooney, Rebecca Sinderbrand and Jonathan Helman contributed to this report.

Copyright 2008 CNN. All rights reserved.This material may not be published, broadcast, rewritten, or redistributed. Associated Press contributed to this report.

All About Hillary ClintonBarack ObamaWyoming

Posted by birdmydog in 22:12:42 | Permalink | Comments (1) »

we can get offer from many fund or foundation around this world..right?

http://video.tagged.com/?v=dDX2mn5ARK
good cooperate be better if we get mor budget from others..not only from our government..right?for save the world..this is the best reason in help low chance people? alt : http://amadeo.blog.com/repository/1241299/2957592.avi
Posted by birdmydog in 19:47:39 | Permalink | Comments (2)

Saturday, February 23, 2008

brief

(ร่าง) ยุทธศาสตร์ กรมการพัฒนาชุมชน ปี 2551-2554
สาระสำคัญของแผนฯ เป็นการกำหนดกรอบยุทธศาสตร์ในการส่งเสริมการบริหารจัดการชุมชน
อย่างเป็นระบบเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการสร้างชุมชนให้เข้มแข็งอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งระบุพันธกิจ เป้าหมาย
และกลยุทธ์ สำหรับการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ไว้อย่างชัดเจน เพื่อให้การแปลงไปสู่การปฏิบัติของหน่วย
ปฏิบัติการสามารถทำได้สะดวกขึ้น
1.วิสัยทัศน์
“เป็นหน่วยงานหลักในการส่งเสริมการบริหารจัดการชุมชนให้เข้มแข็งอย่างยั่งยืน”
แนวคิด
เป็นหน่วยงานหลักในการสร้างชุมชนฐานความรู้สู่การพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคง
ของชุมชน”
2.พันธกิจ
1) สร้างพลังชุมชน
2) สร้างระบบจัดการความรู้
3) สร้างระบบการบริหารจัดการชุมชน
แนวคิด
ในการสร้างชุมชนฐานความรู้ กรมฯ จะต้องดำเนินการเพื่อให้ชุมชนเกิดพลัง มีการจัดการความรู้
ที่เป็นระบบ และมีระบบการบริหารจัดการชุมชนที่นำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคง
ของชุมชนให้เข้มแข็งได้ การสร้างพลังชุมชน สร้างระบบจัดการความรู้และสร้างระบบการบริหารจัดการ
ชุมชนจึงเป็นพันธกิจที่กรมฯ จะต้องดำเนินการ
3. เป้าหมาย
1) ชุมชนเข้มแข็ง
2) ประชาชนพึ่งตนเองได้
3) ครอบครัวมีคุณภาพชีวิตดี มีความสุข
4.ประเด็นยุทธศาสตร์ และเป้าประสงค์ของประเด็นยุทธศาสตร์
ประเด็นยุทธศาสตร์ เป้าประสงค์
1) การพัฒนาทุนชุมชน ชุมชนมีการบริหารจัดการทุนชุมชนอย่างมีประสิทธิภาพ
2) การพัฒนาเศรษฐกิจของชุมชนให้เข้มแข็ง ประชาชนที่เป็นสมาชิกมีอาชีพมั่นคงและมีรายได้เพิ่มขึ้น
3) เพิ่มขีดความสามารถผู้นำชุมชน ผู้นำชุมชนมีความรู้ คู่คุณธรรมสามารถบริหารจัดการชุมชนให้
เข้มแข็งพึ่งตนเองได้
4) การขับเคลื่อนแผนชุมชน แผนชุมชนมีคุณภาพและนำไปสู่การปฏิบัติ
5) ส่งเสริมการจัดการความรู้ของชุมชน เป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้ในการยกระดับคุณภาพชีวิต
2
แนวคิด
ชุมชนจะเข้มแข็งได้ต้องมีปัจจัยด้านต่างๆ
1. มีการบริหารจัดการเงินทุนของชุมชนที่ดี เป็นระบบ มีเอกภาพ ที่นำไปสู่การพัฒนาทาง
เศรษฐกิจ สังคมและความมั่นคงของชุมชนที่จะทำให้ชุมชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
2. เศรษฐกิจของชุมชนมีความเข้มแข็ง ประชาชนมีอาชีพมั่นคง มีคุณภาพชีวิตที่ดี
3. มีผู้นำชุมชนที่เข้มแข็ง จึงต้องสร้างและเสริมผู้นำชุมชนอย่างต่อเนื่อง กล่าวคือ เสริมความรู้
ทักษะ ให้กับผู้นำชุมชนรุ่นเก่า และสร้างผู้นำรุ่นใหม่ที่มีจิตสำนึกสาธารณะ จิตอาสา มีภาวะผู้นำก้าวไปสู่
การเป็นผู้นำชุมชนที่มีคุณภาพ
4. ชุมชนใช้แผนของชุมชนเป็นเครื่องมือในการกำหนดทิศทางการพัฒนาชุมชนอย่างเป็นระบบ
สอดคล้องกับสถานการณ์และความต้องการของชุมชน
5. เป็นชุมชนฐานความรู้ โดยมีการจัดการความรู้และถ่ายทอดความรู้ต่างๆ ที่จำเป็นต่อการ
พัฒนาคุณภาพชีวิตไปสู่คนในชุมชนอย่างทั่วถึง
5.ประเด็นยุทธศาสตร์/เป้าประสงค์/กลยุทธ์
ประเด็นยุทธศาสตร์ เป้าประสงค์ กลยุทธ์
1) การพัฒนาทุนชุมชน ชุมชนมีการบริหารจัดการทุนชุมชนอย่างมี
ประสิทธิภาพ
1. พัฒนากลุ่มออมทรัพย์ฯ ที่เข้มแข็งให้เป็น
สถาบันการเงินชุมชน
2) การพัฒนาเศรษฐกิจ
ของชุมชนให้เข้มแข็ง
ประชาชนที่เป็นสมาชิกมีอาชีพมั่นคงและมี
รายได้เพิ่มขึ้น
2. บูรณาการการส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน
ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
3) เพิ่มขีดความสามารถ
ผู้นำชุมชน
ผู้นำชุมชนมีความรู้ คู่คุณธรรมสามารถ
บริหารจัดการชุมชนให้เข้มแข็งพึ่งตนเองได้
3. สร้างผู้นำมืออาชีพเพื่อเสริมสร้างความ
เข้มแข็งของชุมชน
4) การขับเคลื่อนแผน
ชุมชน
แผนชุมชนมีคุณภาพและนำไปสู่การปฏิบัติ 4. สร้างกระแสระเบียบวาระแห่งชาติว่าด้วย
เรื่องชุมชน
5. ส่งเสริมและรับรองมาตรฐานแผนชุมชน
5) ส่งเสริมการจัดการ
ความรู้ของชุมชน
ชุมชนเป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้ในการ
ยกระดับคุณภาพชีวิต
6. พัฒนาระบบการจัดการความรู้ของชุมชน
3
6. กลยุทธ์และแผนงาน/โครงการ
กลยุทธ์ โครงการ/กิจกรรม
1) พัฒนากลุ่มออมทรัพย์ฯ ที่เข้มแข็งให้เป็น
สถาบันการเงินชุมชน
1. สถาบันการจัดการเงินทุนชุมชน
2) บูรณาการการส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนตาม
หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
2. หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง
3) สร้างผู้นำมืออาชีพเพื่อเสริมสร้างความ
เข้มแข็งของชุมชน
3. จัดตั้งสถาบันพัฒนาผู้นำชุมชน
4) สร้างกระแสระเบียบวาระแห่งชาติ ว่าด้วย
เรื่องชุมชน
5) ส่งเสริมและรับรองมาตรฐานแผนชุมชน
4. จัดทำแผนชุมชนแห่งชาติ
5. จัดตั้งสถาบันส่งเสริมและรับรองมาตรฐานแผนชุมชน
6) พัฒนาระบบการจัดการความรู้ของชุมชน 6. ส่งเสริมศูนย์เรียนรู้ชุมชน
7. สร้างคลังความรู้ด้านการพัฒนาชุมชน (Excellence Center )
7. เป้าประสงค์ตัวชี้วัดและค่าเป้าหมาย
เป้าประสงค์ ตัวชี้วัด Base Line ค่าเป้าหมาย (2551-2554) (ตามตัวชี้วัดเดิม)
Data 51-54 51 52 53 54
1. ชุมชนมีการบริหาร
จัดการทุนชุมชนอย่างมี
ประสิทธิภาพ
จำนวนหมู่บ้านที่มีสถาบันการจัดการเงินทุนชุมชน 3,000 กลุ่ม 378 กลุ่ม 1 75 150 150
1. อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของชุมชน
69,110
หมู่บ้าน
2. ประชาชนที่เป็น 69,110 - 1,829 20,409 46,872
สมาชิกมีอาชีพมั่นคง
และมีรายได้เพิ่มขึ้น 2. จำนวนหมู่บ้านที่มีรายได้เพิ่มขึ้น 69,110
หมู่บ้าน
69,110 - 1,829 20,409 46,872
3. ร้อยละของคนในชุมชนมีความสุข 69,110
หมู่บ้าน
791,040 คน 280,000
70,000
70,000
70,000
70,000
3. ผู้นำชุมชนมีความรู้ คู่
คุณธรรม สามารถบริหาร
จัดการชุมชนให้เข้มแข็ง
พึ่งตนเองได้
1. ร้อยละของผู้นำชุมชนที่ผ่านเกณฑ์การประเมิน
จากสถาบันพัฒนาผู้นำชุมชน
2. จำนวนผู้นำชุมชนที่ผ่านการประเมินจาก
สถาบันฯบริหารจัดการโครงการได้
791,040 คน 10,000 - 3,000 3,500 3,500
4. แผนชุมชนมีคุณภาพ
และนำไปสู่การปฏิบัติ
1. ร้อยละของแผนชุมชนที่ผ่านการรับรองคุณภาพ
69,110
หมู่บ้าน
100% 100% - - -
2. ระดับความสำเร็จในการจัดทำแผนชุมชน
แห่งชาติ
- 5 ขั้นตอน 5
ขั้นตอน
5
ขั้นตอน
5
ขั้นตอน
5
ขั้นตอน
5. ชุมชนเป็นชุมชนแห่ง
การเรียนรู้ในการ
ยกระดับคุณภาพชีวิต
จำนวนหมู่บ้านที่มีการพัฒนาไปสู่การเป็นชุมชน
แห่งการเรียนรู้
69,110 แห่ง 906 แห่ง 87 300 300 906
การแปลงกลยุทธ์ไปสู่การปฏิบัติ
ในแต่ละกลยุทธ์ กำหนดแผนงาน/โครงการเพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานให้บรรลุเป้าประสงค์
โดยมีแนวทางดังนี้
1. โครงการจัดตั้งสถาบันการจัดการเงินทุนชุมชน
สถานการณ์
1. นโยบายรัฐบาลจัดสรรงบประมาณให้หมู่บ้าน/ชุมชนบริหารจัดการภายใต้โครงการกองทุน
หมู่บ้านและชุมชนเมือง หมู่บ้านละ 1,000,000 บาท และส่งเสริมให้ชุมชนจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล จัดตั้ง
ธนาคารประชาชน เพื่อบริหารจัดการเงินทุนชุมชนที่ดี ปัจจุบันมีกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ปัจจุบันมี
กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง 76,346 หมู่บ้าน/ชุมชน สมาชิก 11,626,200 คน เงินหมุนเวียนสะสม
246,374,.38 ล้านบาท จดเป็นทะเบียนนิติบุคคลแล้ว 62,808 กองทุน
2. กรมการพัฒนาชุมชน ได้ส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชนจัดตั้งกองทุนของตนเอง เพื่อ
ช่วยเหลือซึ่งกันและกันของสมาชิกในชุมชนในรูปแบบ “กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต” โดยยึดหลักคุณธรรม 5
ประการ คือ ความซื่อสัตย์ ความเสียสละ ความรับผิดชอบ ความเห็นอกเห็นใจ และความไว้วางใจซึ่งกันและ
กัน ปัจจุบันมีกลุ่มออมทรัพย์ฯ ทั่วประเทศ 32,189 กลุ่ม สมาชิก 3,475,770 คน เงินสัจจะสะสม
16,569,363,155 บาท
3. ในสถานการณ์ปัจจุบันชุมชนมีกองทุนในชุมชนหลากหลาย นอกจากชุมชนมีเงินทุนที่สนับสนุน
จากรัฐบาลตามโครงการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง กองทุนกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต กลุ่มอาชีพ กลุ่ม
ผู้ใช้น้ำ และกลุ่มอื่นๆอีกมากมาย แต่ละกองทุนมีกฎระเบียบ หลักการบริหารจัดการเป็นของตนเอง ทำให้
เกิดปัญหาการจัดการ มีการบริหารจัดการที่แยกส่วน ไม่เป็นระบบ ไม่สามารถแก้ปัญหาให้กับชุมชนได้อย่าง
แท้จริง เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กองทุนชุมชน มีเอกภาพในการจัดการของชุมชน มีเงินทุนเพียงพอต่อ
ความต้องการ มีการจัดสวัสดิการอย่างทั่วถึง กรมการพัฒนาชุมชน จึงให้มีการจัดตั้งสถาบันการจัดการ
เงินทุนชุมชน ขึ้น
แนวคิด
1. ประชาชนต้องการให้มีองค์กรการเงินทุนชุมชนที่บริหารจัดการด้วยตนเอง อย่างเป็นเอกภาพ
สามารถตอบสนองต่อประชาชนได้ทั่วถึง
2. เป็นการพัฒนาจากชุมชนฐานราก ที่สามารถเชื่อมโยงกับระดับนโยบายได้ในลักษณะ Bottom up
3. ทำให้เกิดมาตรฐานการทำงานของชุมชนที่สามารถบริหารจัดการเงินทุนเพื่อตอบสนองต่อความ
ต้องการของชุมชนได้หลากหลายมากขึ้น
4. ทำให้ชุมชนเกิดการเรียนรู้ ในการบริหารจัดการทุนชุมชนที่มีประสิทธิภาพ
5. พัฒนากลุ่มออมทรัพย์ฯ ระดับ 3 ให้เป็นแกนหลักในการบริหารจัดการเงินทุนชุมชน
6
วัตถุประสงค์
1. เพื่อให้การจัดการเงินทุนชุมชนเป็นระบบ มีความเป็นเอกภาพ สามารถแก้ไขปัญหา พัฒนา
เศรษฐกิจและสังคมให้กับชุมชนได้อย่างแท้จริง
2. เพื่อเป็นแหล่งเงินออมของชุมชน
3. เพื่อเป็นแหล่งทุนและสวัสดิการของชุมชน
4. เพื่อเป็นศูนย์แลกเปลี่ยนเรียนรู้ของชุมชน
เป้าหมาย
1. ปี 2551-2554 รวม 525 หมู่บ้าน1
ปี 2551 จัดตั้งสถาบันการจัดการเงินทุนชุมชนต้นแบบในพื้นที่ 75 จังหวัด ควบคู่กับการ
ศึกษาวิจัยประเมินผลการดำเนินงานสถาบันการจัดการเงินทุนชุมชน
ปี 2552 ขยายผลทุกจังหวัดตามศักยภาพของกลุ่มออมทรัพย์ฯ ที่มีความพร้อม
ปี 2553 เพิ่มศักยภาพการบริหารจัดการสู่สถาบันการจัดการเงินทุนเต็มรูปแบบ
ปี 2554 เชื่อมโยงเครือข่ายการเงินและสวัสดิการให้กับประชาชนอย่างทั่วถึง
ขั้นตอน/วิธีการดำเนินงาน

Posted by birdmydog in 05:01:08 | Permalink | No Comments »

budget again..

Wut about scope of stretagic  on CDD?for manage or for promote? Really the leaders must do by themselves..not by mobilizers.. we can do only facilitate and coaching ..only that..

 

And budget must go inside community direct in people ’ s account…best follow up also by professional audit or supporting accounting team …with other team of necessary…significant in lawful and fairness team..also..other ministries that concern must in team also..

 
 

วิธีการบริหารงบประมาณมันยากถ้าทำให้ยาก  กับการที่ไม่ให้โดนกล่าวหาว่าหมกงบ คือต้องคืนถ้าใช้ไม่หมดหรือไม่คืนต้องเข้าไปในกองทุนให้เปล่าแก่นักพัฒนาชุมชนที่มีบัญชีให้ตรวจสอบได้แบบใสๆ และทางฝ่ายกฏหมายและฝ่ายตรวจสอบภายในต้องรวมหัวกับฝ่ายการเงินการคลัง  เรียกเงินกองกลางหมกเม็ดทั้งหลายมาเป็นกองทุนของนักพัฒนาชุมชนให้หมด อย่าลืมกันคนที่ต้องรับบัญชาจากผู้บังคับบัญชาไว้เป็นพยานด้วย  เพราะหนีไม่พ้นเป็นพวกระดับล่างต้องเก็บทุกอย่างเรื่องหลักฐาน   ไม่ใช่ผู้บริหารที่คิดนโยบายมากกว่า  เพราะลุยไม่ไหว เหนื่อย  ลุยมามากแล้ว   การทำงานเขาให้ทำงานที่ถนัด ไม่ใช่เอานักบัญชี นักธุรการการเงิน ไปทำตัวเป็นนักบัญชี อาชีพที่เป็นมืออาชีพ ไม่ต้องไปบังคับขู่เข็ญให้เป็นสายงานพัฒนาชุมชน แบบที่เขาไม่ถนัด เพราะ ถ้าเธอยังอยู่จุดนี้ อย่าหวังความเจริญ เงินตำแหน่งตัน อะไรแบบนี้   เวลาทำการสังคายนา งบกองกลางแบบนี้ ต้องทำให้สะอาดหมดจดรอบคอบก่อนทำการปรับโครงสร้างใหม่  โดยผู้ที่อยู่ชั้นผู้น้อยต้องเป็นพยานเป็นหลัก ส่วนระดับผู้ใหญ่ถือว่าทราบว่ารู้วัฒนธรรมองค์กรแต่ยังทำเป็นไม่รู้ ต้องอบรมให้หนักหน่อย  ผู้บริหารการเปลี่ยนแปลงทั้งหลายต้องคุยกันส่วนตัวว่าต่อไปจะเอางบอะไรมาบริหารจัดการให้มันใสหน่อย หรือไม่ก็ออกเป็นเช็คชื่อผู้จัดซื้อจัดจ้าง ประมูลไปเป็นภาคส่วนเลย เหมาไปเลย เหมือนภาคเอกชนเขา   เช่นบัตรตั๋วน้ำมันเหมายี่ห้อนี้ไปเลย ที่พักที่กินเหมาบริษัทตัวแทนนี้ไปเลย   ให้เขาบริหารจัดการให้เสร็จ ไม่ต้องมาบริหารแบบงูปลาทำให้งบประเทศชาติหาที่มาที่ไปไม่ชัดไม่ปรากฏ อย่างนี้ ไม่เอา  เพราะ ระบบบริหารเงินและบัญชีเป็นงานพิเศษเป็นงานที่ต้องมีทะเบียนของผู้ตรวจสอบบัญชีระดับประเทศ  ไม่ใช่งานที่ใครก็ทำได้ นายบอกว่า ฝึกไปเป็นเอง มันจะกลายเป็นว่า  เป็นการเล่นเกมแมวจับหนู รู้แต่ว่าอะไรใช้ใบเบิกได้ อะไรใช้เบิกไม่ได้กับฝ่ายบัญชีการเงิน แทนที่จะคิดว่าอะไรเหมาะอะไรควร กลายเป็นคิดว่าการบริหารงบคือการที่ทีมงานบุคคลากรมีความสำคัญน้อยกว่าไอ้เงินกองกลางที่ไม่รู้ว่าจะเอาไปทำอะไรในอนาคต แต่บุคคลากรทีมงานต้องกินนอนอย่างไม่มีความสุขทั้งที่จริงๆแล้วความสำคัญของคนต้องมาก่อน ไม่งั้นพวกบริษํทเอกชนเขาจะให้เงินเดือนโบนัสค่าตอบแทนสูงกว่าปกติกับพวกอยู่ฝ่ายการเงินการคลังหรือ ให้แบบลับ ไม่มีปรากฏให้รู้  รู้แต่ฝ่ายบุคคลากรที่ทำเงินเดือนเท่านั้น  แต่รู้ว่าในบริษัทฝ่ายบัญชีการเงินสำคัญสุด ฝ่ายวินัยกับฝ่ายบุคคลต้องการล็อคตัวให้ได้  โดยตั้งค่าตอบแทนและอินเซนทีฟเป็นเครื่องล่อ ส่วนกฏระเบียบการลงโทษก็ต้องมี แม้จะเป็นการเตือนการทันฑ์บนก็ต้องมี ก่อนที่จะถึงขั้นตอนการลงโทษ ถ้ามัวแต่มาคุยกันแต่กองคลังกับฝ่ายต่างๆว่าแจงให้ใสสอตองอมาสอบแย่เลยนะต้องคืนเงิน ไม่มีจะคืน อะไรอย่างนี้ ทำไมไม่ทำถูกไปแต่ตอนที่เป็นการเตือน   การแจ้งข่าวการบริหารจัดการเงินโดยบัญชี   แต่ไม่มีฝ่ายวินัยฝ่ายกฏหมายมาชี้มาแจงคาดโทษหรือสัญญาว่าจะให้โดยนโยบายอินเซนทีฟในการจูงใจให้สุจริตด้วย  หรือว่า ไม่มีการคาดโทษทำทัณฑ์บน บุคคลากรก็จะไม่เห็นความสำคัญ  ก็จะ ทำตัวเหมือนเดิม เอางบประมาณมาใช้มาหมุนอยู่นั่นแหละ มีไว้ทำไมไอ้พวกที่เป็นบุคคลค้ำแบบสหกรณ์บังคับยาก เวลาเบี้ยวกัน ยกทีมไม่ต่างกับกองทุนหมู่บ้านเลย   เงินกู้ฉุกเฉินแบบที่ไปไม่ถึงในท้องที่ทุรกันดารอย่างนี้ ดูไร้สาระในการที่จะมาบังคับเอา ทำเป็นกองทุนที่ไม่ใช่กู้ยืมสิ จ่ายตรงจ่ายจริง  จ่ายแบบให้เปล่า แบบเมตตาธรรม   ให้ไปเลย อย่างท่านกำนันผู้ใหญ่บ้าน พัฒนากร ผู้นำ ที่ทำงานหลายบทบาทสวมหมวกหลายใบ ในพื้นที่ แบบตรงขาวใส ไม่ต้องบอกว่า ภาครัฐมีรายได้นะ ไม่ใช่ว่าส่วนท้องถิ่นมีรายได้จัดเก็บอย่างเดียวเลยมีค่าตอบแทนและอื่นๆมาก พวกส่วนกลางภูธรภาครัฐ  ไม่ต้องมาเม้มมารับสินบนร้อยแปด   หรือเอาแบบที่เงินเดือนราชการสูงสุดแบบสิงคโปร์แต่ลงโทษตีแบบไม้กระบอง ประหารไปเจ็ดชั่วโคตร  ไร้มนุษยธรรมให้เขาประนามไปทั่วโลกดีกว่าการทุจริตโดยไม่ละอายใช่ไหม ถ้าให้ค่าตอบแทนแล้วยังทุจริต  ก็มีการเตือนการลงโทษให้มันชัดเจนหน่อย ไม่ใช่ชิงลาออกไปทำส่วนตัว หรือขอย้ายด่วนตัดปัญหาทางวินัยอะไรแบบนี้     ทำให้ได้ก่อนกรรมการพิทักษ์คุณธรรมของกอพอจะมีผลในสัปดาห์หน้า ไม่งั้นมันจะเรื้อรัง กลายเป็นว่า อย่าเอาแต่ถูกกล่าวหาว่า  อ้างอยู่ได้ว่าเขาทำเขาเม้มมาแบบนี้มานมนานแล้ว ใจเย็นน่า ทางภาคีพันธมิตรเขาต้องบริจาคเข้ากองทุนนักพัฒนาชุมชนแบบให้เปล่ามั่งน่า เพราะมันเอาไปลดภาษีได้ตั้งเยอะ ไอ้การบริจาคแบบมีใบเสร็จเนี่ย  แต่เวลาฝ่ายวินัยลงมาจัดการกลายเป็นว่านี่คงกลวิธีในการทุจริตคอรัปชั่นที่ทำเป็นกระบวนการ และการที่มีกฎหมายล้างมลทินมาก็ต้องกันตัวคนไว้เป็นพยานได้ มีการจูงใจให้ค่าตอบแทนต่างๆ สำหรับผู้ที่ไม่ประสงค์ที่จะร่วมขบวนการแบบนี้ได้ตามพรบ ระเบียบข้าราชการพลเรือนของใหม่  โดยใช้วิธีตั้งกองทุนสำหรับข้าราชการที่ต้องการทำงานแบบสุจริตโดยข้าราชการชั้นผู้น้อยต้องช่วยเขามากๆ  โดยมีงบมา ก็ต้องเป็นส่วนสำรองกองทุนช่วยชั้นผู้น้อยชัดเจนส่วนหนึ่ง  ขึ้นกระดานเปิดเวปดูได้เมือนของฝรั่งหาเสียงหางบบริจาคในการแข่งขันเลือกตั้งอะไรแบบนี้ สมมุติว่างบมาทำแผนชุมชน100ล้านบาทกันไว้เป็นกองทุนนักพัฒนาชุมชน20-30ล้านบาทไม่ใช่50หรือ100เปอร์เซ็นต์  หรือเธอพิมพ์แผนชุมชนส่งไม่ต้องลงไปประชาคมหรอกให้เขาทำกันเอง  ดังนั้นเงิน100เปอร์เซ็นต์นี้เธอก็เก็บเอาไว้เองสิ  หรือสมมุติว่าเธอยืมเงินกองคลังมา เอาวิธีไหน จะส่งคืนมั่งสิ หรืออยากเหมาก็เหมาไปเลยสิ   ไม่ใช่เธอมาอ้างว่าเขาทำกันอย่างนี้ตั้งแต่นานพะโว้ กองคลังประกาศในที่ประชุมคราวที่แล้วบอกว่า เงินกองกลางอยู่ไหนบอกมาให้หมด กองคลังช่วยทำตัวให้มันเฮี้ยบเวลาออกมาพูดต้องให้ฝ่ายกฏหมายฝ่ายวินัยฝ่ายตรวจภายในเขามาพูดคู่กับกองคลังด้วยชี้แจงเรื่องการเงินเรื่องเตือนเรื่องโทษ ไม่งั้นเขาจะมีกฏหมายล้างมลทินมาช่วยไว้ทำไม ไม่ใช่ว่าโกงเม้มมันง่ายดี แสนสะดวกดีลิพเวอรี่ ใครๆก็ทำกัน  ทำมันทุกฝ่ายทุกแผนก   รัฐเขาบอกจะให้ตังค์เพิ่ม จึงต้องออกมาบังคับให้ตัวเองใสก่อนที่จะไปขอค่าตอบแทน ขอขึ้นค่าแรง ค่าตอบแทน  เงินที่หมกเม็ดที่เพื่อกองกลางส่วนรวมจริง คายออกมาไว้เป็นกองทุนนักพัฒนาสิ ทำเรื่องผิดให้เป็นเรื่องถูกสิ   ไม่ใช่อ้างเหตุจำเป็นเพื่อกองกลางไปร้อยแปด แต่ไม่เคยมีรายการบัญชีให้ปรากฏ ไม่มีใบเสร็จ บางทีก็ไม่ขอ ใบแทนใบเสร็จก็ไม่เอา เบิกไม่ได้ ไม่เอา แทนที่จะเก็บไว้ยืนยันว่า ถึงเบิกไม่ได้แต่เป็นรายจ่ายที่จำเป็น จริงๆไม่ต้องให้ภาคเอกชนเขามาครวญว่า แย่ ภาษีของชาติ เงินของประชาชน ทำไมไม่บริหารให้ลดภาระของฉันคนที่ทำงานจ่ายภาษีบ้าง  อย่าลืมว่าภาคธุรกิจของประชาชนเขาต้องจ่ายภาษีการค้าธุรกิจสารพัด   อย่าให้เขามาประนามว่าเธอเอาแต่ทุจริตโกงกิน  เพราะถ้าเขาเอาแต่เลี่ยงภาษีลูกเดียว เราจะเอาตังค์ที่ไหนมาช่วยคนยากจนเล่า และเราจะเอาตังค์ที่ไหนมาพัฒนายกระดับคุณภาพชีวิตของเราอย่างไรให้มันใสมันโปร่ง  ทัดเทียมภาคบริหารปกครองท้องถิ่นเขา

   การที่พัฒนากรไม่มีส่วนได้เสียโดยตรงกับชาวบ้านก็มีส่วนดี ยิ่งเราไม่ต้องทำงานเกินขอบอำนาจ ยิ่งดีใหญ่เพราะเวลาประชาคมเขียนแผนชุมชน ชาวบ้านจะเปิดใจเขียนคุยได้หมด เรื่องยาเสพติด ก็มี ต้องกระซิบบอกกำนันผู้ใหญ่บ้านให้เขามาจัดการร่วมกับตำรวจ กำจัดไปให้หมด  ผู้นำระดับธรรมชาติกับฝ่ายปกครองของเรานั้นนับว่าน่ารักจริง  เพราะคนดีชาวบ้านรัก เลือกกันอยู่อย่างนั้น แต่ค่าตอบแทนเขาต้องคุ้มนะ เพราะทำงานบริการประชาชน อย่าให้เขาบ่นน้อยใจว่าค่าตอบแทนกำนันผู้ใหญ่บ้านน้อยกว่าสอทออีก  ทำงานรับใช้ประชาชน เสี่ยงกว่านะ เพราะ ตามกฏหมายเนี่ย ฝ่ายปกครองเนี่ยคือกองปราบประจำตำบลประจำหมู่บ้านเลยเชียวนะ    ไม่เป็นที่รักไม่เป็นที่เคารพและไม่ดุดันเหี้ยมหาญเป็นพิเศษละก็ ไม่เลือกเข้ามาหรอก ไม่ใช่มีเงินอย่างเดียวนะจ้ะ   เพราะมีหน้าที่ภัยจากอาชญากรรม โจรภัยอะไรต่อมิอะไรสารพัด ตามขนาดชุมชน พอ ชุมชนใหญ่หน่อยก็เริ่มมีตำรวจบ้านตำรวจประจำตำบล อาสาสมัครอะไรต่ออะไรมาช่วย  เป็นหูตาเพิ่มขึ้น การกำจัดภัยอาชญากรรม ฝ่ายปกครอง ความมั่นคง เป็นหัวใจเลยเชียว พัฒนากรตัวน้อยๆ ได้แต่เป็นร่างทรงรับฝากข้อความมาเหมือนชอตเมสเสจที่ส่งมาตามรายการทีวีประมาณนี้ รู้หมดว่าที่ไหนมียามีขายมีเด็กมีบุกรุกมีน้ำเน่าที่ไหนมีม้ามีบ่อนมีขยะมียุงมีน้ำท่วมมีโกงกองทุน โอ๊ย จิปาถะ สารพัด เหมือนกระโถนท้องพระโรง  เขียนลงแผนชุมชนไม่หวาดไม่ไหว แล้วไม่รู้จะแก้ไขได้ทันใจพี่น้องหรือเปล่า ภาคีที่เอ็มโอยูกันไว้ช่วยกันนะ   เพราะมหาดไทยใสสะอาด งบประเทศชาติกระจายไปทั่วนะ   

Maybe new civil public government personel  law next step on next month be useful for best public management.,I hope that .more translucent.in budget…can force some dark budget..show all secret budget that reference about unaccountable in manage govern policy be show in fund or foundation for CDD copyright company  and manage under law protect of civil right nice intensive and welfare ..better..right?…or something that must be best welfare for governize personel…or nice manage…really.we need salary and incentive better only that…no need for cheat or corrupsion any more..hope many executive and personel with auditor and accounting be grab in adhesive on solve corrupsion  ploblem….i am waiting to be best morality team of real CDD…!!!!!!punishment and reward r the real way  in personel managing..but positive better..right?

Commune develop depart r close up to glass root people..really all 70 % of our whole people in country..i wish that nice potential in push all empower of our leader in using knowledge and know how..in all center of villages be push best quality of CDD team and all specialits that got all commitment together for our people’s benefit and accommodation…soon..

hope we can solve all ploblem before.. we have no time left in realize about how painful of next young generation about how toxic in  lossed thier nation..right?

Posted by birdmydog in 04:54:22 | Permalink | Comments (1) »

Sunday, February 17, 2008

พัฒนากร79ปี3

http://www.international-smartmobilizer79.pantown.com/

www.birdmydog.comทำเวปเกี่ยวกับชีวิตพัฒนากรและขายอะไรบ้างนิดหน่อยออนไลน์มีบทความข้อเสนอแนะของพัฒนากรรุ่น79ก็ให้ส่งมาได้ใช้ยูสเซอร์เนมและพาสเวอดเหมือนเดิมโทรถามได้ที่อ้อยและเอ็ม

ปี2 ไปที่นี่
http://www.smartmobilizer79parttwo.pantown.com/

i hope everybody get happiness all year 2008
น่าจะมีนัดหมายกันสักทัหนอ
ขึ้นปีที่3แล้วอยู่ไหนกันบ้าง
เจอพี่แป้ว เป้า และ เอ็ม ที่งานประกาศวาระชุมชนที่อ่างทองแล้วไม่เจอใครเลย
ตอนนี้อ้อยมาอยู่กรมแล้วเขาว่าจะย้ายกรมไปแจ้งวัฒนะปลายปีนี้
เข้ากรุงเทพแวะมาบ้างนะอยู่กองวิชาการและแผนชั้น5
โทรมาเบอร์กรมต่อวิเทศสัมพันธ์นะจ้ะ

Posted by birdmydog in 17:36:27 | Permalink | Comments (1) »

Public Sector Management Quality Award:PMQA …wut about quality in management?competition not for award now..but for high performance of organization…evaluate by all organics in this body of CDD by themself..full top grade of best team again…?

อพช.เปิดประชุมการพัฒนาคุณภาพบริหารจัดการภาครัฐ
          นายปรีชา บุตรศรี อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เป็นประธานเปิดการประชุม การพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ ( Public Sector Management Quality Award:PMQA สำหรับคณะกรรมการอำนวยการและคณะทำงานพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ กรมการพัฒนาชุมชน โดยมีนายเส่ง  สิงโตทอง ผู้อำนวยการกองวิชาการและแผนงานกล่าวรายงาน ในการประชุมครั้งนี้ได้เชิญ นางอารีย์พันธ์ เจริญสุข ผอ.กลุ่มบริหารการเปลี่ยนแปลง จากสำนักงาน ก.พ.ร. มาเป็นวิทยากร  วันศุกร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551 ณ โรงแรมปรินซ์พาเลซ กรุงเทพฯ

mr preecha boodsri ,director of CDD ,open the seminar about Public Sector Management Quality Award:PMQA  year 2008   …developt…for public management high qualify and supporting team and committee in our CDD community development depart of interior ministry…by my big boss speech..mr seng singtotong,header of academic and plan division present on beginning..the specialish from public civil depart of governance is mrs areepan chalernsook,header of changing management depart group,feb ,15 2008,prince palace hotel ,bangkok.thailand..boabe  street..
great team from CDD try to grab the big award for themself again…not the same index like last year…public index for this year cover on nice self evaluation…stretagic then run on direct to practice of all mobilizers in fields around in all subdistricts of thailand…they can use all vision…mission…stretagic…and full of tactic of nice best practice from good academic on practical for sustain village or not?poverty be reduce by very nice mobilizers or not?…challenge?but really…hoe to win in good idea about nice good governance be tranlucent also…that the civil public law become action on this year…for make sence about …budget r not your pocket money for manage …but budget r money of people…u can manage only accept by people benefit…not for your benefit…so u can not take cash…the budget must come from step by e money…u can get only one debit card for pay only fuel or accomodation for travel and all other budget for accommodation of yourself come into your account after u work already for government..that tranfer on the right way..
the prim ministry policy need not to show salary of civil govern in public ..for objection about economic reason in lower price of necessary things in market…cost r not vary by salary again…make the business run on balance..no peak only from salary retrograde influence..so…income and incentive of civil goverment be secret for safe other career…but the sigh about this from goverment show that  the civil governer be better in support and pushing potential by incentive…for good governance…compettition of organ in all minitry r the people benefit goal…that the real way to win this Public Sector Management Quality Award:PMQA…right?

way of governance in public manage go forward for people s benefit not compettition to profit like business…we need not only budget in support all projects…cause we can look for fund or foundation from our network….but we need nice income and incentive for our input of best practice to  be very nice outcome..that is poverty reduction for all thailand people…ultimate goal..right?
http://www.publicservices.ac.uk/findings/a-first-overview-of-programme-findings/

http://blogs.microsoft.co.il/blogs/simonch/

http://www.korcommunications.co.uk/news.php

Public Program Evaluation: A Statistical Guide

Public Program Evaluation: A Statistical Guide (Hardcover)
by Laura Irwin Langbein (Author), Claire L. Felbinger (Author)

  No customer reviews yet. Be the first.  

http://www.amazon.com/Public-Program-Evaluation-Statistical-Guide/dp/0765613662

Tools for Innovators: Creative Strategies for Strengthening Public Sector Organizations (Jossey-Bass Nonprofit and Public Management Series)http://www.amazon.com/Tools-Innovators-Strengthening-Organizations-Jossey-Bass/dp/078790953X

Tools for Innovators: Creative Strategies for Strengthening Public Sector Organizations (Jossey-Bass Nonprofit and Public Management Series) (Hardcover)
by Steven Cohen (Author), William Eimicke (Author)

 

2.0 out of 5 stars 2 customer reviews (2 customer reviews)  

The Strategic Board: The Step-by-Step Guide to High-Impact Governancehttp://www.amazon.com/Strategic-Board-Step-Step-High-Impact/dp/047140358X

The Strategic Board: The Step-by-Step Guide to High-Impact Governance (Hardcover)
by Mark Light (Author)

 

4.8 out of 5 stars 5 customer reviews (5 customer reviews)  

Measuring Performance in Public and Nonprofit Organizations (The Jossey-Bass Nonprofit and Public Management Series)

Measuring Performance in Public and Nonprofit Organizations (The Jossey-Bass Nonprofit and Public Management Series) (Hardcover)
by Theodore H. Poister (Author)

 

5.0 out of 5 stars 2 customer reviews (2 customer reviews)  

http://www.amazon.com/Measuring-Performance-Organizations-Jossey-Bass-Management/dp/078794999X


List Price: $55.00

Posted by birdmydog in 16:44:02 | Permalink | Comments (2)