Saturday, November 22, 2008

noise pollution and performance…

ช่วงนี้บ้านเมืองเราดูเหมือนกับการเงินไม่ดี แต่ก็แปลกที่มีโครงการต่างๆเกิดขึ้นมากมาย สังเกตจากมีรถขนดินทรายวิ่งกันมากขึ้นถมที่ทำโครงการใหม่ๆ รวมทั้งรถที่ขนของก่อสร้างพวกเสาเข็มแบบนี้ รวมทั้งร้านค้ารับซ่อมยานพาหนะก็มีมากขึ้น ทั้งแบบตบแต่งให้สวยและแบบตบแต่งถอดที่กรองเสียงออก เสียงท่อจะได้ดังๆก็มี  มีลูกค้ามาก  แต่ก่อนเห็นตรวจจับกันอยู่เรื่อย ตอนที่เป็นทีมสอบสวน เห็นควบคุมเด็กเยาวชนเรียกผู้ปกครองมาปรับก็มาก ต่อไปจะให้ผู้ปกครองติดคุกด้วยเหมือนที่เมืองนอกหรือเปล่าก็ไม่รู้    พาหนะบางอย่างในชนบทจำเป็น เพราะความที่พาหนะสาธารณะวิ่งรับส่ง24ชั่วโมงมันไม่มีเหมือนแถบเขตปกครอง พิเศษเขา ไม่มีใบขับขี่ก็ต้องใช้   มันจำเป็น  บางทีฉุกเฉินก็ต้องออกไปยามวิกาล  บางทีเจ็บป่วย หาพาหนะไม่ได้ ก็อาศัยผู้นำในชุมชนนั่นแหละช่วยเหลือชาวบ้านไปตามมีตามเกิด พวกที่ใช้ยานพาหนะผิดวัตถุประสงค์ก็มี  มีทั้งผู้ใหญ่ที่โตแล้ว หรือบางทีก็ เยาวชน บางพวกรวมกับพวกที่พ้นเยาวชนแล้ว  บางส่วนมีการใช้ถนนเป็นสถานที่สำหรับทดสอบสมรรถนะของเครื่องยนต์โดยไม่สนใจ เรื่องเสียงและความปลอดภัย หรือบางทีก็เป็นที่ระบายอารมณ์ เพราะไม่สบอารมณ์กันเป็นพิเศษ ไม่รู้จะใช้วิธีไหน  ขอระบายเป็นเสียงเครื่องยนต์ที่ต้องเร่งให้มันดังๆหน่อย จะได้รู้ว่าไม่ชอบ  ต้องเป็นยามวิกาลด้วย  จะได้ก่อกวนเวลาพักผ่อน  สาสมใจจริงๆวุ้ย  ไหนๆก็ต้องมาเป็น ชุมชนในพื้นที่นอกเขตปกครองพิเศษเดียวกันไปอีกชั่วลูกชั่วหลาน  ไม่มีปัญญาไปซื้ออสังหาริมทรัพย์แสนแพง  ทิ้งเอาไว้ เก็งกำไร บ้าง ฟอกเงินบ้าง เพราะบางคนทุจริตคอรัปชั่น โกงมาก็มี  ค้าขายเอาเปรียบก็มี เป็นพวกร่ำรวยผิดปกติ  ต้องเป็นโครงการที่เรียกเก็บ ค่ารักษาความปลอดภัยและค่าส่วนกลางสำหรับ คุณภาพชีวิต  ที่ดีกว่า  พวกที่ ไม่ได้อยู่เขตปกครองพิเศษอย่างพวกข้างนอกโครงการด้วย  เรื่องเกี่ยวกับการทดสอบความสามารถความเร็วความดังของยานพาหนะนั้นบางพวกทดสอบกันตามถนนหลวงสาธารณะ  เคยร่วมสอบสวนปรากฏว่าบางคดีใช้ช่วงเวลาประมาณ หลังเที่ยงคืนจนสว่างในถนนหลักๆทั่วไปหมดทั้งประเทศ   บางคดี วิ่งกันกลางเมือง  บนถนนหรูๆใกล้ห้างหรูระดับอินเตออร์  ศูนย์การค้าใหญ่นานาชาติ  กลางเมืองราวตีสามตีสี่  เจ้าหน้าที่จับกันมาหมดทั้งกองเชียร์และคนขับขี่  บางทีเห็นแน่นโรงพักไปหมดไม่รู้จะเอาไปไว้ไหน ได้คดีแถมมาด้วย ถ้าค้นเจอของผิดๆ  

ช่วงนี้สังเกตจากมีพาหนะสารพัดวิ่งกันทุก1นาทีไม่มีเว้นช่วง  แม้ถนนจะปุปะราวกับดาวอังคาร เพราะรับน้ำหนักไม่ไหว เพราะใช้ถนนน้อยๆราวกับวิ่งบนซุปเปอร์ไฮเวย์  แต่คนทำมาค้าขายก็ต้องอยู่ริมถนนนี่แหละ ไม่งั้นจะหาลูกค้าที่ไหน   ก็คงจะได้ออกมาค้าขายทำธุรกิจส่วนตัวต่อไป   เพราะไม่รู้เป็นอะไร  พอเห็นภาครัฐเงินเดือนน้อยแต่สวัสดิการดีเด่น จนบางคนต้องยักยอกคอรัปชั่นมาเพิ่มรายได้คุณภาพชีวิตให้องค์กร พรรคพวกคนชุมชนโซนเดียวกัน  ส่วนเพื่อตนเองก็ต้องมากหน่อย ไว้ต่อรองกับผู้ที่บังคับบัญชาสูงขึ้นไป  

 

 เขตนอกเขตปกครองพิเศษ  ตรงไหนที่ไกลหูไกลตาเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงปลอดภัย ทั้งภาครัฐเอกชน   ก็มักจะเป็นโอกาสให้บางพวกที่ชอบฝ่าฝืนเรื่องดีๆ ได้รื่นเริงกัน  เช่นประดาอาชีพสุจริตที่ขอจดทะเบียนการค้าไว้อย่าง เอาเข้าจริง ไม่รู้อะไร วุ่นวายไปหมดเปลี่ยนอาชีพจากที่ว่ากลายเป็นอย่างอื่นไปแล้ว    บางที่อาจรับของที่เอามาจากไหนไม่รู้ เอามาขายต่อ สินค้าก็มีแปลกๆ แรงงานก็พูดแปลกๆ มีที่มาที่ไปแปลกๆ  ก็เข้าใจอยู่ว่าต้องการลดต้นทุน จะได้มีกำไรมากๆ อันที่จริงถ้าไม่มีเรื่องกล่าวหาทุจริตคอรัปชั่น ก็คงจะขอภาษีที่ถูกต้องเข้ารัฐได้มากขึ้น ไม่ต้องมาเสียเบี้ยใบ้รายทาง ทำกฏเกนณให้ประโยชนเข้าส่วนรวมมากๆ  เอาแบบมีกฎหมายรองรับว่าทำถูกเพื่อประโยชน์ส่วนรวมไม่ใช่เพื่อส่วนตนและพวกพ้องเป็นอันใช้ได้
http://4.bp.blogspot.com/_10suPAByTbg/SScSlTFNOcI/AAAAAAAAAwc/EO8jgyEUJds/s400/f4f75ef854344eda.jpg

ตอนนี้เขามีแบบประเมินใหม่ แต่ก่อนงานที่เคยทำก็รวมมิตรไปหมด ยิ่งบางอันไม่ได้เห็นได้จับได้เดินทางไปด้วยหรือได้ทำเอง เพราะว่าเขาไม่ได้assign มา เพราะเหตุด้วยความสะดวกหลายเรื่อง ก็เป็นอันว่า ไม่อยู่ในเหตุการณ์จริง ไม่สามารถเรียนรู้ได้ บางอย่างไม่จับไม่ทำนานๆ สงสัยจะลืมไปหมดแล้ว ไม่รู้เขาทำยังไงบ้าง  เพราะแบ่งงานความรับผิดชอบกันไปเป็นเรื่องราวจริงจังประมาณไม่ถึง1เดือน ไม่เหมือนตอนที่ประเมินแบบเก่าๆ  คนรับassighมา ต้องรีบกระจายงานออกไปให้ช่วยกันทำไป ทำไม่ได้ไม่ทัน เขาก็ทำเองดีกว่า  เพราะงานเอกสารต้องใช้ทักษะพิเศษ   สำหรับเราไม่ค่อยถนัด สงสัยสมองเสื่อมและมือไม้ง่อยไปมาก แต่ได้ฝึกงานต่างประเทศเพลิดเพลินไปเหมือนกัน งุนงงไปแท้ๆกับศัพท์เฉพาะทาง อ่านคู่มือการประเมินแบบใหม่แล้วก็ไม่รู้จะเขียนอะไร    งานวิชาชีพพวกรัฐศาสตร์การทูตการปกครองก็แปลกเพราะเป็นวิชาชีพที่ไม่ต้องมีพระราชบัญญัติมาควบคุมจริยธรรมอะไรพิเศษอาจจะมีก็ได้ในระดับผู้บริหารแต่ระดับปฎิบัติการ จบวิชาชีพบริหารหรือบัญชีหรือสารพัด สามารถจัดประสาน ฝึก เป็นวิทยากร บ้าง อบรมสั่งสอนใช้ภาษาต่างด้าวได้เคยผ่านร้อนหนาวในดินแดนอื่นนอกเมืองเรามาก็เอามาทำแล้ว บางพวกยังไม่มีวุฒิอะไรการันตีเลยแต่ประสบการณ์แน่นปึกช่วยกันในหมู่เหล่าเอาตัวรอดไปได้         แต่ผู้บริหารระดับสูงก็ช่วยกันปลุกปั้นน่าดู  ไม่ให้เสียหน้าตา องค์กรมืออาชีพ

รับโล่รางวัลมามากต้องรักษาหน้าตาองค์กรเอาไว้ สุดความสามารถ  เพราะวิสัยทัศน์จะโกอินเตอร์แล้ว สู้ตาย!!

ความที่ไม่ได้ทำให้คนตายมากๆโดยอาชีพเฉพาะอย่างอาชีพวิศวะหรือแพทย์หรือทนาย   พวกอาชีพทางกฎหมายการปกครองบางพวกถ้าไม่หวังดีทำได้ก็คือการปลุกระดมเกิดการเมืองปั่นป่วนทั่งภายในภายนอก หรือระหว่างประเทศยุ่งเหยิง  พลอยทำให้โลกเขาวุ่นไปด้วย เศรษฐกิจการเมืองระหว่างประเทศก็ห่วย  ความที่เครดิตเสียหาย  เพราะไม่เอาหรอกสามัคคี  แพ้ชนะไม่มี  บางประเทศคนที่ทะเลาะกันจะตายพอเลือกรู้ผลแพ้ชนะ  ยังสนับสนุนกัน  ทำงานด้วยกันก็ได้ เอาประโยชน์สุขของประเทศเป็นใหญ่ บ้านเมืองกำลังคับขัน

 

ความที่มีประสบการณ์วิชาชีพอื่นมาทำงานต่างประเทศ สามารถด้านภาษาอยู่บ้าง     แต่บางทีอ่านหนังสือที่ส่งมาจากกระทรวงนานาชาติ  เขาจะพิมพต่างด้าวผสมผเสมาเลย เป็นศัพท์เฉพาะทาง  เวรกรรม ไม่ได้เรียนศัพท์ทางการทูตมานี่หว่า   คนเก่าๆบอกว่า  เอาแต่เนื้อหาที่เกี่ยวกับงานขององค์กรเรามาใช้  แต่การที่เราไม่รู้รอบทิศ อ่านไม่รู้เรื่องแบบรวมๆ  จะทำให้เขาดูถูกองค์กรของเราได้ จำเป็นต้องขวนขวายหาความรู้ เอาเองตามหนังสืออินเตอร์เนท   เพราะเวลาเขาอบรมวิเทศสัมพันธ์กันหรือประชุมนานาชาติกันก็ไม่เคยได้ไปกับเขาความที่เราก็ขี้เกียจ ติดบ้านด้วยอีกทั้งcareer path ตอนที่บรรจุมหาบัณฑิตเข้ามาในองค์กรก็ไม่มีเส้นทางความก้าวหน้าอะไรชัดเจน กว่าคนเก่าๆที่ไม่ได้เป็นมหาบัณฑิตแต่ประสบการณ์อายุงานมากกว่า พวกผู้บังคับบัญชาจะรีบผลักดันคนพวกนี้ให้ไปสู่แท่งของผู้บริหารก่อนพวกที่มีวุฒิสูงกว่าแต่มาทีหลัง ก็เป็นเทคนิคพิเศษอย่างหนึ่ง   ทำให้วุฒิมหาบัญฑิตหรือspecialist  รับเข้ามาไม่ได้ใช้ประโยชน์  เพราะโดนบล็อคเกี่ยวกับการติดอยู่แค่แท่งปฎิบัติการ หมดสิทธิไปร่วมรับฟังข้อมูลก่อนมาเป็นนโยบายมาเป็นระเบียบ ตัวแทนระดับปฎิบัติไม่ได้ไปออกความเห็น  กลายเป็นการรวบอำนาจเผด็จการเบ็ดเสร็จไปก็เป็นได้   บางท่านผู้นำ ผ้บริหาร เก่าๆ  ที่บางทีไม่รู้จะเอาวิสัยทัศน์  อะไรใหม่ๆไปสร้างสรรค์งานได้ ต้องอาศัยมาหาอ่านหาถกกันกับกระบอกเสียงของผู้ปฎิบัติการทั้งหลายที่กฎหมายข้อมูลข่าวสารพยายามให้มีช่องทาง ให้เปิดกว้างเสนอแนะร้องเรียนกันให้มากๆ การบริหารจัดการที่เหมาะสมจึงจะแก้ไขได้ถูกต้องตรงประเด็น กว่าจะรับรู้รับทราบประเด็นถกเถียงในที่ประชุมผู้บริหาร กลายเป็นระดับปฎิบัติการหรือชุมชนโดยรวมเสียประโยชน์ไปแล้วก็มี  ยิ่งเรื่องเกี่ยวกับเงินทอง  ยิ่งให้ประโยชนตนเองและพวกพ้องก่อน ก็กล่าวหากันไป

เวลาไปอบรมพิเศษอะไรที่เกี่ยวด้วยสายงานที่ต้องทำงาน ด้านต่างประเทศ คนที่ไปก็ไปซ้ำๆไม่งั้น ไม่มีอะไรมาเขียนในประเมินตนเอง หรือไม่ก็คนที่ไม่สบายไปพักผ่อนอะไรอย่างนี้  เสียดายบางคนไม่สบายก็เป็นอัจฉริยะด้านรัฐศาสตร์แต่ไม่สบายเสียนี่ กลุ้มแทน   คนที่ไปด้วยร่วมด้วยก็กลัวกันไป  กลัวมีคดีอาญา  หากทำคนป่วยให้มีการก้าวร้าวขึ้นมา

 

ดังนั้นเลยต้องอาศัยองค์ความรู้เก่าและประสบการณ์โชกโชนในชีวิตมาประยุกต์แสดงความคิดเห็นแบบองค์รวมไป  ในเรื่องข้อคิดเห็นส่วนตัวต่างๆ  ไม่ผูกพันกับองค์กร  ส่วนที่ผู้บริหารหรือผู้มีอำนาจตัดสินใจจะเอาไปประยุกต์ใช้อย่างไรก็ไม่ว่ากันว่าลอกเลียนความคิดไปใช้  เพราะว่าหากทำให้เกิดประโยชน์กับส่วนรวมคือประชาชนเราไม่ว่ากัน  ไม่ใช่ว่าเพื่อองค์กรใดหรือกลุ่มบุคคลใดหรือเพื่อประโยชน์ในตำแหน่งของตนเองเท่านั้นเราก็ขอสาปแช่งให้รับโทษทางอาญาและไม่เจริญโดยเร็ว    ดังนั้นความรู้ที่ชอบๆบางอย่างจะถนัดโดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับจิตวิทยาความสัมพันธ์ และประสบการณ์งานด้านกฏหมายคุ้มครองสิทธิมนุษยชน  ตามความต้องการการผลักดันและเตรียมความพร้อมของคนและองค์กรตามประสงค์ขององค์กรระหว่างประเทศ และกรอบความร่วมมือทั้งหลาย ส่วนเรื่องการบริหารการเงินงบประมาณแบบยักยอกเงินเข้ากระเป๋าตนเองหรือองค์กรนั้นทำไม่เป็นอย่างที่บางคนถูกกล่าวหาว่าทำกัน   เพราะประสบการณ์งานพัฒนาชุมชน กับการเป็นนักจิตวิทยาและนักกฏหมาย มันไม่เห็นจะเอามาทำอะไรได้ตรงๆกับงานต่างประเทศ เลย  ส่วนมากเอามาประยุกต์ใช้เอาทั้งนั้น  เพราะงานหลักของการต่างประเทศ เน้นสัมพันธไมตรีอันดี เราก็รักกันดีกับทุกประเทศนั่นแหละ ถ้าเอาประโยชน์ของความร่วมมือเป็นหลัก ไม่เอาประโยชน์ส่วนตน  งานเขียนโครงการเพื่อให้ได้เงินจากรัฐและเอกชนมาทำกันเอง ถ้าต้องการประหยัด ก็ไม่ต้องจ้างพวกบริษัทรับเขียนรับปรึกษา รับเหมาเอกชนเหมือนต่างประเทศเขา  ไม่ต้องไปลงทุนจ้างคนจบสูงจบนอกมาทำงาน  จ้างคนใหม่แบบผู้เชี่ยวชาญก็แพง เปลือง  ยิ่งถ้าเป็นพวกบางองค์กรที่มีการทุจริตคอรัปชั่นเป็นกระบวนการละก็  จัดสรรทันที ปันประโยชน์ให้องค์กร พวกพ้อง เพราะฉะนั้น ต้องลดต้นทุน ให้ต่ำ บางองค์กรระดับอินเตอร์  คนที่เคยทำงานด้วยในพื้นที่ก็เห็นบางคนดัดแปลงโครงการเก่าๆ มาใส่ขวดใหม่กันมาก  ยิ่งภาษาต่างด้าว  ต้องมีสต็อคเอาไว้ในไฟล์หรือฐานข้อมูลเคลื่อนที่ส่วนตัวเยอะๆ   ก็คงเป็นเรื่องกล่าวหากันทั้งเพ ถ้าจับไม่ได้ไล่ไม่ทัน

สมัยใหม่ยุคข้อมูลข่าวสารไร้พรมแดนบางทีก็แย่ งานเสนอต่างๆแบบใหม่ คิดใหม่ แค่คิด ยังลอกเลียนแบบไปใช้หมดจดก็มี ที่จะอ้างอิงให้เครดิตกันทีหลัง หายาก    ในต่างประเทศเขาคิดค่าเสียหายกันแพง ถ้ามีการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญากัน  ถึงขนาดต้องทำโปรแกรมไล่กวดพวกที่ชอบเอาบางท่อนบางตอนบางทีเอามาหมดทั้ง โครงการหรือภาคนิพนธ์นั้นๆ  มาสวมรอยในงานที่ต้องขอเอาตำแหน่ง บ้างเป็นวิทยานิพนธ์บ้าง  ยิ่งโทษเป็นคดีอาญาต้องเข้าคุกด้วย เวลาละเมิดสารพัดภาษาขึ้นมา วุ่นวายกันไปหมดเป็นคดีความยืดเย้อเสียเวลา   เจ้าของผลงานต้นฉบับ บางทีต้องช่วยประนอมเป็นเงินแลกกันไปก็มี ดีกว่าคนที่ละเมิดเสียตำแหน่งเสียโครงการไม่ได้เงิน   ยิ่งเป็นโครงการที่ต้องข้ามน้ำข้ามแผ่นดิน ยิ่งพลาดไม่ได้เด็ดขาด และจะขออยู่ใช้เงินของโครงการให้ได้ ไม่ย้ายเด็ดขาด จะอยู่ไปชั่วนาตาปี    เคยไปกี่รอบก็จะไปอีกไปแล้วไปอีก  ยิ่งเป็นแผ่นดินที่เจริญค่าเงินสูงยิ่งดี มีค่าใช้สอย ค่าพาหนะ เบี้ยเลี้ยงสูง ประหยัดหน่อยก็พอมีเหลือเก็บ  เพราะเป็นเงินของคนอื่น บางที่เป็นเงินภาษีของประเทศชาติก็มี    เรื่องพวกนี้ ก็กล่าวหากันอยู่อย่างนั้น     ผู้บริหารบางคนใช้วิธีใหม่แต่ต่อให้ใช้วิธีไล่กวดเอาข้อมูลข่าวสาร ดักจับเอกสารจากภายนอกจากต้นทางปลายทางสารพัด เพื่อจะได้สั่งการเอง ไม่ต้องกระจายอำนาจ ไม่ไว้ใจ อะไรแบบนี้ ก็อาจจะลอดหูลอดตาไปได้ เพราะสัมพันธภาพส่วนบุคคลที่มีการทำการแบบlobbyistลอบบี้ยิสต์ยังมีอยู่  กฏหมายข้อมูลข่าวสารก็มีไปงั้นเอง เสียดายเหมือนกัน  บางทีเจตนาของโครงการพัฒนาเพื่อประเทศชาติทั้งหลายสมควรมีเงินจากภาครัฐ เอกชนมาอุดหนุนทุกโครงการนั่นแหละ  ไม่ควรแห้วเลยแม้แต่โครงการเดียว  เพราะเขียนโครงการได้ยอดเยี่ยมวรยุทธ์ไม่ต้องไปจ้างใคร  เพราะคนเขียนโครงการมีประโยชน์ได้เสียกับโครงการอยู่  ไม่ได้รับจ้างภาครัฐทำเหมือนพวกประเทศทางปลายแหลมโน้น   แต่ตราบใดที่ยังมีการกล่าวหาว่ามีการนำเงินภาครัฐมาหมุนบ้างยักยอกบ้างเป็นเงินส่วนตัวของ องค์กรบ้าง กลุ่มบุคคลบ้าง ส่วนตัวบ้าง  บางทีเป็นโครงการที่ต้องทำงานต่างประเทศ ก็ถูกกล่าวหาว่าเขียนโครงการอยากไปเที่ยวเมืองนอกเอง  เขียนบวกค่าใช้จ่ายให้มันพิสดาร  เวลาไปกันจริง ไปอาศัยอยู่ที่ไหนเดินทางยังไงไม่รู้  มาทำหลักฐานเบิกเอาทีหลัง   แล้วเอาส่วนต่างไว้  ฟอกเงินเป็นทรัพย์สินอย่างอื่นอะไรแบบนี้  ร้อยแปดกล่าวหากัน  ถ้าเขียนให้คนอื่นไปไม่ทำเด็ดขาด บางทีหาที่มาที่ไปไม่ได้ เพราะทำหลักฐานเท็จล่วงหน้าหรือย้อนหลัง ได้หมด  รวมหัวกับผู้ประกอบการบ้าง เพราะงบบางก้อนมันเป็นเงินสดให้ในนามบุคคลธรรมดาไม่ใช่เข้าบัญชีชื่อองค์กรเป็นล้านๆบาทไม่ใช่เงินผ่านบัญชีธนาคาร ตรวจไม่ได้ว่าจ่ายรับกันจริงเท่าไหร่ เอกสารการเงินที่ปลอมบ้างจริงบ้าง เขียนจำนวนเงินไปอย่างจ่ายจริงไปอย่าง ส่วนต่างก็แบ่งจัดสรรกันไป ตามอำนาจการตัดสินใจตามตำแหน่งบังคับบัญชา ไม่รู้เงินส่วนตัวหรือเงินที่ยักยอกมา มั่วไปหมด ถ้าการให้รายได้สวัสดิการอินเซนทีฟไม่ทัดเทียมกันในภาครัฐและเอกชน  ก็หนีไม่พ้นข้อกล่าวหาคอรัปชั่นเป็นกระบวนการ ไม่จบไม่สิ้น การประเมินสมรรถนะแบบใหม่คงได้ผลดีๆกับเขาบ้าง  ถ้าทำงานไม่ตรงกับประสบการณ์ความถนัดก็โยกย้ายลาออกกันไป เพื่อไปประกอบอาชีพให้ถูกต้องตรงตามวิถีีแห่งวิชาชีพมืออาชีพของตนไป เอวังด้วยประการฉะนี้!!!

Posted by birdmydog at 08:46:32
Comments

2 Responses to “noise pollution and performance…”

  1. Anonymous says:

    ดูแฟชั่นชุดชั้นใน จาก นางแบบระดับโลก
    see photo from victoria-secret fashion show 2008
    see top model in bikini suit
    http://victoria-secret-model.blogspot.com/

  2. drivers says:

    Websites like yours are an excellent source of information for new and experienced users alike.

Leave a Reply